หนีห่าว! ทักทายกันเป็นภาษาจีนขนาดนี้ไม่ต้องสงสัยเลย เพราะนี่ คือ ช่วงเวลาของเทศกาลตรุษจีนนั้นเอง เรียกว่าเป็นเทศกาลพบปะสังสรรค์กันระหว่างญาติพี่น้องของชาวไทยเชื้อสายจีนอย่างแท้จริง และเทศกาลตรุษจีนในประเทศไทยมีความพิเศษมากกว่าที่อื่นๆ ในเรื่องของการผสมผสานวัฒนธรรมไทยและจีนได้อย่างลงตัวนั้นเองคุณผู้อ่าน โดยเฉพาะในด้านอาหารคาวและขนมไหว้เจ้าที่มีการประยุกต์วัตถุดิบและรสชาติให้เข้ากับบริบทของสังคมไทยมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความหมายมงคลตามความเชื่อดั้งเดิม
และขาดไม่ได้เลยสำหรับเทศกาลนี้ก็คือ พิธีไหว้เจ้าเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต หรือเพื่อเป็นการขอบคุณเทพเจ้าที่ดูแลเราในปีที่ผ่านมานั่นเอง ซึ่งนอกจากอาหารคาวมงคลรับตรุษจีน(13/01/68) ของหวานไหว้เจ้าก็ถือว่าสำคัญไม่แพ้กัน แต่ขนมไหว้ทั้ง 6 เมนูเหล่านี้ จะดีต่อใจและดีต่อสุขภาพของกลุ่มคนวัยทองหรือไม่ เดี๋ยวเรามาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน
ทานขนมมงคลอย่างไร? ให้ดีต่อวัยทอง
อย่างที่คุณผู้อ่านทุกท่านทราบกันดีว่า…ร่างกายของพวกเราๆ จะมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นอีกช่วงของชีวิตก็คือช่วง “วัยทอง” หรือวัยหมดระดูในผู้หญิง เนื่องมาจากการขาดฮอร์โมนเอสโทนเจนหรือฮอร์โมนเพศหญิงที่ร่างกายผลิตน้อยลงจนหยุดการผลิต ซึ่งจะหมดระดูหรือประจำเดือนในช่วงอายุระหว่าง 45 – 55 ปี
แล้วอาการวัยทองเป็นอย่างไร? เมื่อย่างเข้าช่วงวัยทองแล้วหรือจำกันได้ง่ายๆ คือ ช่วงหมดประจำเดือน มักจะพบอาการที่สัมพันธ์กับร่างกาย ได้แก่ อาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกมากโดยเฉพาะตอนกลางคืน นอนไม่หลับ หงุดหงิด อ่อนเพลีย ซึมเศร้า ปวดศรีษะ หลงลืม ปวดตามข้อและกล้ามเนื้อ ใจสั่น ท้องผูก ตลอดจนความรู้สึกทางเพศลดลง ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นอาการที่คุณผู้อ่านสามารถพบเจอได้ และอาการเหล่านี้จะอยู่ตลอดไปเลยไหม? ก็ต้องบอกคุณผู้อ่านทุกท่านเช่นกันว่า…อาการเหล่านี้สามารถหายขาดได้อย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกายแต่ละท่านด้วย นอกจากยังพ่วงตามมาด้วยโรคที่เป็นภัยเงียบ เช่น
- โรคเบาหวาน ไม่แสดงอาการ และอาจตามมาด้วยโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ โรคไต ไขมันในเส้นเลือด
- ความดันโลหิตสูง
- โรคหลอดเลือดสมอง
- โรคสมองเสื่อม
ปัจจัยเสี่ยงส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดโรคร้ายภัยเงียบทั้ง 4 มาจาก อาหาร ขนม เครื่องดื่มต่างๆ ที่สามารถหาทานได้ในชีวิตประจำวัน ย่อมมีส่วนในการเพิ่มหรือทำให้เกิดอาการวัยทองและโรคอื่นๆ ตามมาได้ หากคุณผู้อ่านทานโดยไม่คำนึงถึงสุขภาพของตนเอง ดังนั้น หน้าเทศกาลตรุษจีนแบบนี้จะทานขนมมงคลไหว้เจ้าอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพของวัยทองและผู้สูงวัย ไปลองดูกัน…
6 ขนมมงคลไหว้ตรุษจีนดีต่อใจ แล้วดีต่อสุขภาพวัยทองไหม?
วัฒนธรรมการรับประทานขนมมงคลในช่วงเทศกาลตรุษจีนของไทยไม่เพียงแค่เป็นการเฉลิมฉลองเท่านั้น แต่ยังเป็นการสื่อสารถึงความหวังดี ความเป็นสิริมงคล และความปรารถนาอันดีงามผ่านสัญลักษณ์ของอาหารแต่ละชนิด การเลือกรับประทานขนมในช่วงตรุษจีนจึงไม่ใช่เรื่องของรสชาติเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการอวยพรและสร้างพลังมงคลให้กับชีวิตอีกด้วย
- ขนมเข่ง
ขนมเข่ง เป็นขนมมงคลที่น่าจะเห็นได้ทุกที่ในช่วงเทศกาลตรุษจีนและมีความหมายลึกซึ้งในวัฒนธรรมจีน สื่อถึงความก้าวหน้า ความสำเร็จ และความมุ่งมั่นในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มคนวัยทอง ซึ่งกำลังก้าวผ่านช่วงชีวิตที่สำคัญ วัตถุดิบหลักทำจากแป้งข้าวเหนียวและถั่วที่ให้พลังงานแก่ร่างกายยาวนาน โดยมีคุณค่าทางโภชนาการที่น่าสนใจ คือ
- ธาตุเหล็ก ที่มีบทบาทในการสร้างเม็ดเลือด ป้องกันภาวะโลหิตจาง
- โปรตีนจากถั่ว เสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย ชะลอการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ
- คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ปล่อยพลังงานช้าๆ อย่างสม่ำเสมอ และช่วยควบคุมระดับน้ำตาล
แน่นอนว่าการบริโภคแต่พอดีย่อม เหมาะสม ย่อมเป็นผลดีต่อร่างกาย แต่หากทานเยอะเกินความจำเป็นก็กลายเป็นโทษแทนได้นะคุณผู้อ่าน ดังนั้น ควรควบคุมปริมาณการบริโภคอย่างเหมาะสมจะดีที่สุด
- ขนมเทียน
อีกหนึ่งขนมที่ไม่ว่าบ้านไหนก็ต้องทำ ไม่ก็ต้องซื้อจัดไว้ในโต๊ะไหว้ และนั่นคือ “ขนมเทียน” นั่นเอง ขนมเทียนเป็นมากกว่าเพียงขนมมงคล เพราะนี่ถือเป็นขนมสัญลักษณ์แห่งความสว่างไสวและปัญญา ที่ดัดแปลงมาจากขนมเข่ง โดยใช้แป้งข้าวเหนียวมากวนและใส่ไส้ถั่วบด ผสมกับเครื่องปรุงรสต่างๆ จนออกมาเป็นไส้เค็ม ซึ่งสะท้อนผ่านคุณค่าทางโภชนาการที่สำคัญสำหรับวัยทอง
- โปรตีนจากถั่ว เสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย ชะลอการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ
- แป้งข้าวเหนียว ช่วยรักษาระดับพลังงานให้คงที่ ผ่านการปล่อยพลังงานช้าๆ
- ใยอาหาร ป้องกันภาวะท้องผูก
เนื่องจากขนมเทียนเป็นอีกหนึ่งขนมที่มีส่วนผสมจากน้ำตาลมะพร้าวค่อนข้างมาก ผู้ป่วยเบาหวานควรมีการปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน ทานอย่างพอเหมาะและไม่ควรทานก่อนนอน เพราะระดับน้ำตาลในเลือดอาจสูงขึ้นได้
- ขนมถ้วยฟู
“ขนมถ้วยฟู” มีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าเพียงแค่ขนมธรรมดา เพราะคุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า… คำว่า “ฟู” ไม่เพียงแต่บรรยายถึงลักษณะทางกายภาพของขนมที่พองฟู แต่ยังสะท้อนถึงความหมายเชิงอุดมคติของชีวิตที่เจริญรุ่งเรือง เติบโต และขยายตัวเช่นเดียวกับขนมที่พองฟูขึ้น ซึ่งในภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกขนมถ้วยฟูว่า “ฮวกก้วย” คำว่า “ฮวก” มีความหมายว่า ขนม ส่วนคำว่า “ก้วย” มีความหมายว่าเจริญงอกงาม พองฟู
- โปรตีนจากไข่ ช่วยซ่อมเซมส่วนที่มีการสึกหรอ เพิ่มการเติบโตของกล้ามเนื้อ
- แคลเซียม ส่งเสริมสุขภาพกระดูก ป้องกันภาวะกระดูกพรุน(07/12)
- วิตามินดี เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมแคลเซียม
- โอเมก้า ลดการอักเสบในร่างกาย สนับสนุนสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด
แม้ขนมถ้วยฟูจะทานแล้วย่อยง่าย และมีประโยชน์ตามที่มีกล่าวถึง แต่คุณผู้อ่านควรระวังปริมาณคอเลสเคอรอล น้ำตาล เพราะขึ้นชื่อว่าขนม ย่อมแนะนำให้ควรทานแต่พอเหมาะและพอดี
- หมั่นโถว
หมั่นโถวไม่เพียงแต่เป็นอาหารประจำโต๊ะ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุและวัยทอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งการเฉลิมฉลองและการดูแลสุขภาพ
สุขภาพองค์รวมในวัฒนธรรมตรุษจีน
- คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ช่วยรักษาระดับน้ำตาล
- ลดความเสี่ยงโรคเบาหวานในผู้สูงอายุ
- สนับสนุนการควบคุมน้ำหนัก
- เสริมสร้างกล้ามเนื้อและมวลกระดูก
- ขนมเปี๊ยะ
ขนมเปี๊ยะเป็นขนมโบราณที่มีรากเหง้ามาจากวัฒนธรรมจีนกว่า 1,000 ปี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน ขนมชนิดนี้มีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าเพียงแค่อาหาร แต่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นสิริมงคล ความรัก และการเชื่อมโยงระหว่างคนรุ่นต่างๆ
- โปรตีนจากไส้ถั่ว เป็นแหล่งโปรตีนพืชคุณภาพสูงที่ง่ายต่อการย่อยและดูดซึม
- แหล่งโอเมก้า 3 จากธรรมชาติ ลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม
- แร่ธาตุต่างๆ และสารต้านอนุมูลอิสระ
แม้ขนมเปี๊ยะจะเป็นขนมชื่นชอบของใครหลายๆ คน ด้วยไส้ที่มีหลากหลายและดัดแปลงเพื่อเพิ่มความอร่อยอยู่เสมอ แต่คุณผู้อ่านอย่าลืมว่ามีไขมันและน้ำตาลสูงด้วยเช่นกัน
- ขนมจันอับ
ขนมจันอับ เป็นสัญลักษณ์แห่งภูมิปัญญาโภชนาการจีนที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าห้าศตวรรษ วิวัฒนาการมาจากความต้องการในการดูแลสุขภาพของคนในครอบครัวโดยเฉพาะผู้สูงอายุและกลุ่มวัยทองซึ่งได้รับการยกย่องเป็นอย่างสูงในวัฒนธรรมจีน
“ขนมจับกิ้ม” หรือที่คนไทย เรียกว่า “ขนมจันอับ” ใช้ไหว้เจ้าได้ทุกประเภท นิยมใช้ในงานมงคลทุกงาน ประกอบด้วยขนม 5 อย่าง ได้แก่ เต่าหยิ่งปัง หรือ ขนมถั่วตัด, มั่วปัง หรือ ขนมงาตัด, ซกซา หรือ ถั่วเคลือบน้ำตาล, กวยแฉะ หรือ ฟักเชื่อม และโงวจั่งปัง หรือ ขนมข้าวพองนั่นเอง
- โปรตีน ซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพ
- วิตามินอี กลไกการต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดกระบวนการอักเสบเรื้อรัง ชะลอการเสื่อม
- กรมอะมิโนจำเป็นต่อร่างกาย และแร่ธาตุต่างๆ
วัยทองทานเยอะ ทานมาก เสี่ยงโรคร้ายแทนสิริมงคล
จากเทศกาลเสริมสร้างสิริมงคลแก่ชีวิต อาจเปลี่ยนมาเป็นเทศกาลกระทบต่อสุขภาพวัยทองร้ายแรงก็เป็นไปได้ หากคุณผู้อ่านบริโภคอย่างไม่คำนึงแต่สุขภาพของร่างกาย โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทอง แล้วขนมแต่ละชนิดทานเยอะแล้วจะเกิดอะไรต่อร่างกายขึ้นบ้างฦ
- ขนมเข่ง
การบริโภคขนมเข่งเกินปริมาณที่เหมาะสมส่งผลกระทบอย่างซับซ้อนต่อร่างกายของคนวัยทอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบเมตาบอลิซึมที่เริ่มชะลอตัวลงตามวัย ศึ่งเมื่อทานขนมเข่งเกิน 3 – 4 ชิ้น จะกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลินมากผิดปกติ เกิดภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโรคเบาหวานประเภท 2 และระดับน้ำตาลในกระแสเลือดจะพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว
และด้วยคนวัยทองมีอัตราการเผาผลาญที่ลดลง ทำให้น้ำหนักเพิ่มง่ายกว่าวัยอื่น จึงเกิดเป็นไขมันสะสมบริเวณช่วงเอวและหน้าท้องจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมีเสี่ยงต่อกลุ่มโรคอ้วนลงพุง
คำแนะนำ
- จำกัดปริมาณการบริโภคไม่เกิน 1 – 2 ชิ้นต่อมื้อ
- เลือกขนมเข่งที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น ข้าวโพด ถั่วต่างๆ
- รับประทานคู่กับผักสดเพื่อลดดัชนีน้ำตาลและเพิ่มใยอาหาร
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มอัตราการเผาผลาญ
- ขนมเทียน
คุณผู้อ่านเชื่อไหมว่าการบริโภคขนมเทียนเกิน 3 – 4 ชิ้น จะทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์พุ่งสูงขึ้นทันที ซึ่งจะทำให้เกิดการสะสมของไขมันที่ผนังหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงการอุตตันของหลอดเลือดหัวใจ กระตุ้นให้ความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น เสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
คำแนะนำ
- จำกัดปริมาณการบริโภคไม่เกิน 2 ชิ้นต่อวัน
- แช่น้ำอุ่นก่อนทานเพื่อลดไขมันส่วนเกิน
- เคี้ยวช้าๆ ให้ละเอียดเพื่อช่วยระบบย่อยอาหาร
- ดื่มน้ำอย่างเพียงพอหลังรับประทาน
- ออกกำลังกายเบาๆ หลังทานอาหาร เช่น เดินเรียบๆ 10 – 15 นาที
- ขนมถ้วยฟู
เพราะเป็นขนมที่ย่อยง่าย มีรสชาติหวานมัน เนื้อนุ่มกำลังดี จึงเป็นที่ชื่นชอบของคนวัยทอง แต่หารู้ไม่ว่า การรับประทานขนมถ้วยฟูเกิน 3 – 4 ถ้วยต่อวัน อาจส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการอุดตันของหลอดเลือด เพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเกิดต่อโรคร้ายที่หลายเป็นกังวลอย่าง โรคหัวใจและหลอดเลือด(10/11) โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและวัยทองที่มีภาวะหลอดเลือดเริ่มแข็งตัว และนำไปสู่การสะสมไขมันเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
คำแนะนำ
- จำกัดการรับประทานไม่เกิน 1 – 2 ถ้วยต่อวัน
- รับประทานแล้วต้องออกกำลังกาย เพื่อช่วยเผาผลาญพลังงาน
- หมั่นโถว
หมั่นโถวในประเทศไทยสามารถเป็นได้อาหารคาว และอาหารหวาน จะกินกับซอสดีๆ ก็อร่อย หรือนำไปทอดราดนมข้นหวานก็ยิ่งถูกใจสายขนมโดยเฉพาะในกลุ่มวัยทองที่ชื่นชอบความนุ่ม หอม และอร่อย
แต่การรับประทานหมั่นโถวเกิน 4 – 5 ลูกต่อวัน จะส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีปริมาณแป้งและคาร์โบไฮเดรตสูง ซึ่งจะถูกแปรสภาพเป็นน้ำตาลและไขมันในร่างกาย ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นฉับพลัน ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ที่มีความเสี่ยงเบาหวาน เพิ่มความเสี่ยงของภาวะโรคอ้วน โดยเฉพาะในวัยทองที่มีการเผาผลาญพลังงานที่ลดลง
คำแนะนำ
- จำกัดการรับประทานไม่เกิน 2 ลูกต่อวัน
- เลือกรับประทานในมื้อเช้า หรือก่อนออกกำลังกาย
- เคี้ยวช้าและละเอียดเพื่อช่วยระบบย่อยอาหาร
- ดื่มน้ำตามเพื่อช่วยในการย่อย
ข้อควรระวังพิเศษสำหรับวัยทอง
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน ควรปรึกษาแพทย์
- หากมีอาการแพ้แป้งหรือมีปัญหาระบบย่อยอาหาร ควรระมัดระวัง
- ขนมเปี๊ยะ
การรับประทานขนมเปี๊ยะเกิน 2 – 3 ชิ้นต่อวันก็ส่งผลเสียตามมาเป็นอย่างมาก โดยจะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตสูง ซึ่งจะกระตุ้นการหลั่งอินซูลินมากเกินไป และจะนำไปสู่การสะสมไขมันบริเวณช่องท้อง ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุงในวัยทอง เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและวัยทองที่มีความไวต่ออินซูลินลดลง
คำแนะนำ
- จำกัดการรับประทานไม่เกิน 1 ชิ้นต่อวัน
- เลือกรับประทานในช่วงเช้าหรือก่อนออกกำลังกาย
- แบ่งปันหรือแชร์กับผู้อื่นเพื่อลดปริมาณ
- เลือกไส้ที่มีประโยชน์ ความหวานน้อย
- ขนมจันอับ
การรับประทานขนมจันอับเกิน 3 – 4 ชิ้นต่อวัน จะส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีไข่แดงซึ่งเป็นแหล่งคอเลสเตอรอลสูง โดยเฉพาะในวัยทองที่มีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจสูงอยู่แล้ว เพิ่มโอกาสการอุดตันของหลอดเลือด ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจขาดเลือดหรือโรคหลอดเลือดหัวใจได้ แน่นอนว่าหากทานเยอะก็ยิ่งมีความเสี่ยงของภาวะโรคอ้วน(11/12) ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมา เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
คำแนะนำ
- จำกัดการรับประทานไม่เกิน 2 – 3 ชิ้นต่อวัน
- เลือกทานขนมจันอับสูตรที่มีโปรตีนสูง เช่น มีส่วนผสมของถั่ว
- เลือกขนมที่มีน้ำตาลน้อย
และสำหรับใครที่ไม่อยากเลือก อยากจะเน้นทานอย่างจริงจัง ทานแล้วมีความสุข ทานแล้วได้ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง มีอายุหมื่นๆ ปี อย่างคำอวยพรในเทศกาลตรุษจีนแล้วละก็…
ให้ “ดีเน่ ฟวาโวพลัส” DNAe Flavoplus และ “ดีเน่ แอนโดรพลัส DNAe Andro plus” ช่วยดูแลคุณผู้อ่านสิ เพราะนี่ คือ อาหารเสริมที่ผลิตและจัดทำขึ้นมาเพื่อคนวัยทองโดยเฉพาะจากสูตรของคุณหมอ นอกจากทานแล้วช่วยบำรุงร่างกาย ยังช่วยบรรเทาอาการวัยทองที่คุณอาจพบได้ ไม่ว่าจะเป็น อาการร้อนวูบวาบ อาการนอนไม่หลับ อาการอารมณ์แปรปรวนง่าย และอื่นๆ เพียงทานแค่วันละ 1 แคปซูลหลังอาหารมื้อที่สะดวก ง่ายๆ แบบนี้เลย
“ดีเน่ แอนโดรพลัส DNAe Andro plus” อาหารเสริมสำหรับคุณผู้ชาย ที่มีสารสกัดสำคัญมากถึง 7 ชนิดใน 1 แคปซูล อาทิ สารสกัดจากโสมเกาหลี, สารสกัดจากฟีนูกรีก, แอล อาร์จีนีน, สารสกัดกระชายดำ, ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลท, สารสกัดจากแปะก๊วย และสารสกัดจากงาดำ
- ช่วยเพิ่ม สมรรถภาพทางเพศของผู้ชาย
- ช่วยเพิ่ม ฮอร์โมนในเพศชายสูงอายุ – วัยทอง
- ช่วยป้องกัน โรคต่อมลูกหมาก
- ช่วยสร้าง กล้ามเนื้อ ลดอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง
- ช่วยเพิ่ม ในเรื่องระบบหัวใจและหลอดเลือด
- ช่วยบำรุง ไขข้อและกระดูก ต้านอักเสบ ลดอาการปวด
“ดีเน่ ฟวาโวพลัส” DNAe Flavoplus ผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับคุณผู้หญิง กับสารสกัดธรรมชาติที่โดดเด่นอย่าง “ถั่วเหลือง” นำเข้าจากประเทศสเปน มีส่วนช่วยในการลดและแก้อาการร้อนวูบวาบในวัยทองได้ดี เพียงทานครั้งละ 1 แคปซูลหลังมื้ออาหารใดก็ได้เช่นกัน และสารสกัดอื่นๆ ที่มีสรรพคุณช่วย…
- งาดำ ช่วยบำรุงเส้นผม ลดการอักเสบของกระดูกและข้อ
- ตังกุย บำรุงเลือดให้ไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดอาการร้อนวูบวาบ
- แปะก๋วย เพิ่มการไหลเวียนเลือดไปบำรุงสมอง ช่วยเพิ่มความจำ หลับสบาย
- อินูลิน พรีไบโอติก ช่วยปรับสมดุลทางเดินอาหารและลำไส้ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
- สารสกัด Organic แครนเบอร์รี่ ช่วยให้ผิวเรียบเนียนกระจ่างใส เพิ่มคอลลาเจน ทำให้ผิวไม่เหี่ยวย่นแก่ก่อนวัยและมีงานวิจัยว่าสามารถลดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ลดอาการแสบขัด กะปริดกะปรอยได้
มั่นใจได้กับสารสกัดเข้มข้นจากธรรมชาติ คัดเกรดพรีเมียม ที่มีเลขทะเบียน อย. มีใบวิเคราะห์การันตีสารสกัดนำเข้า มีค่าเปอร์เซนต์สารสำคัญ และไม่ตัดแต่งพันธุกรรม จากการพัฒนาสูตรและคิดค้นโดยทีมเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญจากโรงงานมาตรฐานสากล
สรุป
การรับประทานขนมตรุษจีนอย่างชาญฉลาด คื อศาสตร์และศิลป์ในการดูแลสุขภาพ การควบคุมปริมาณ เลือกสูตรที่มีประโยชน์ และคำนึงถึงสุขภาพของตัวเราเอง นอกจากจะทานอร่อยแล้ว เรายังได้ดูแลสุขภาพจากการคำนึงถึงผลเสียที่ได้มากกว่าผลลัพธ์อีกด้วย และแน่นอนว่าจะช่วยให้คุณสนุกกับเทศกาลอย่างปลอดภัยและมีความสุขมากขึ้นกว่าทุกปีแน่นอน