ทำไมวัยทองต้องระวังเป็นพิเศษในการเลือกเครื่องดื่ม

ทุกท่านทราบดีว่า…หน้าร้อนในประเทศไทย นับเป็นช่วงเวลาที่ต้องอดทนสำหรับทุกคน แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงวัยทอง ความร้อนอาจสร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด การเลือก “เครื่องดื่มคลายความร้อนในหน้าร้อน” ที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงช่วยให้รู้สึกสดชื่น แต่ยังช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน

ซึ่งการเข้าสู่ “วัยทอง” ไม่ได้หมายถึงเพียงการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาหลายประการที่ส่งผลต่อความต้องการและการตอบสนองของร่างกายต่อเครื่องดื่มคลายความร้อนและอาหารต่างๆ การลดลงของมวลกล้ามเนื้อ การเปลี่ยนแปลงของระบบหลอดเลือด และการลดลงของความสามารถในการกำจัดความร้อนออกจากร่างกาย นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนยังอาจทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบ ในผู้หญิงวัยทอง ซึ่งทำให้ความทนทานต่อสภาพอากาศร้อนลดลงไปอีก

ดังนั้น มาค้นหาและดูการเปลี่ยนแปลงของร่างกายวัยทองที่มีผลต่อสภาพอากาศที่คุณผู้อ่านทุกท่านต้องเตรียมตัว เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจมาในหน้าร้อน

การเปลี่ยนแปลงของระบบขับถ่าย

วัยทองมักพบกับการเปลี่ยนแปลงของไตและระบบขับถ่าย ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการกรองของเสียและรักษาสมดุลของของเหลวในร่างกายอาจลดลง ทำให้การเลือกเครื่องดื่มคลายความร้อนในหน้าร้อนของวัยทองต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อไตและระบบขับถ่ายมากขึ้น เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง หรือมีส่วนผสมที่เป็นยาขับปัสสาวะตามธรรมชาติอาจส่งผลเสียต่อสมดุลน้ำในร่างกายได้

โดยเฉพาะวัยทองหลายๆ ท่านที่อาจมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือโรคหัวใจ ซึ่งแต่ละโรคมีข้อจำกัดในการบริโภคเครื่องดื่มที่แตกต่างกัน

  • วัยทองที่ป่วยเบาหวาน ต้องระวังเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • วัยทองที่ป่วยความดันโลหิตสูง ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีโซเดียมสูงหรือมีคาเฟอีนมาก
  • วัยทองที่มีอาการป่วยโรคหัวใจ ต้องระวังเครื่องดื่มที่มีสารกระตุ้นการเต้นของหัวใจ
  • วัยทองที่มีปัญหาเรื่องกรดไหลย้อน ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรด

การเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน

การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในวัยทอง ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย ส่งผลต่อความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่วัยทอง 08: 10/67

  • ผู้หญิงวัยทอง การลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนอาจทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกตอนกลางคืน และอารมณ์แปรปรวน ดังนั้น เครื่องดื่มคลายความร้อนที่เหมาะสมจึงไม่ควรมีสารที่กระตุ้นอาการเหล่านี้ เช่น คาเฟอีน แอลกอฮอล์ หรือเครื่องเทศที่มีฤทธิ์ร้อน
  • ผู้ชายวัยทอง การลดลงของฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนอาจส่งผลต่อมวลกล้ามเนื้อและการกระจายไขมันในร่างกาย ทำให้เสี่ยงต่อโรคเมตาบอลิกซินโดรมมากขึ้น การเลือกเครื่องดื่มที่ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อน้ำหนักเกินจึงเป็นสิ่งสำคัญ

การเปลี่ยนแปลงของระบบควบคุมอุณหภูมิร่างกาย

เมื่อเข้าสู่วัยทองประสิทธิภาพในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายจะลดลง โดยเฉพาะในผู้หญิงที่กำลังเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจาก

  • การลดลงของจำนวนต่อมเหงื่อที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การระบายความร้อนผ่านการระเหยของเหงื่อในวัยทองลดลง
  • การเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดฝอย หลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัวได้ช้าลงเมื่อร่างกายของวัยทองร้อน ทำให้การระบายความร้อนผ่านผิวหนังลดลง
  • การลดลงของปริมาณน้ำในร่างกาย วัยทองมักมีสัดส่วนของน้ำในร่างกายลดลง ทำให้ความสามารถในการปรับตัวต่อความร้อนลดลง

การเปลี่ยนแปลงของระบบย่อยอาหาร

ระบบย่อยอาหารในวัย 45 – 55 ปีในช่วงวัยทอง เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงหลายประการ ซึ่งส่งผลต่อการตอบสนองต่อเครื่องดื่มและอาหารต่างๆ

  • การลดลงของกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้การย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหารบางชนิดลดลงในวัยทองลดลง
  • การเปลี่ยนแปลงของเอนไซม์ตับ ส่งผลต่อการเผาผลาญสารต่างๆ รวมทั้งคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ ทำให้สารเหล่านี้อยู่ในร่างกายนานขึ้นและมีผลกระทบรุนแรงขึ้น
  • การลดลงของการบีบตัวของลำไส้ อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะวัยทองเมื่อดื่มเครื่องดื่มที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

การเปลี่ยนแปลงของระบบหัวใจและหลอดเลือด

ระบบหัวใจและหลอดเลือดในวัยทอง เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการตอบสนองต่อความร้อนและของเหลวที่บริโภคเข้าไป

  • การลดลงของความยืดหยุ่นของหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดในวัยทองปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของปริมาณเลือดได้น้อยลง
  • การลดลงของประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ ทำให้การสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ รวมทั้งผิวหนังเพื่อระบายความร้อนลดลง
  • ความไวต่อสารกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก ทำให้เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือสารกระตุ้นอื่นๆ ส่งผลต่อความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจมากขึ้น

ความสำคัญของการดื่มน้ำให้เพียงพอสำหรับวัยทอง

“น้ำเปล่า” เป็นเครื่องดื่มคลายความร้อนที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยู่ในวัยทอง การดื่มน้ำให้เพียงพอมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพและการทำงานของร่างกาย โดยเฉพาะในหน้าร้อนที่ร่างกายสูญเสียน้ำผ่านเหงื่อมากขึ้น

ความต้องการน้ำที่เพิ่มขึ้นในวัยทอง

  • กลไกความกระหายน้ำที่ลดลง วัยทองมักมีความรู้สึกกระหายน้ำลดลง แม้ร่างกายจะขาดน้ำแล้วก็ตาม ทำให้มีความเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำโดยไม่รู้ตัว
  • ปริมาณน้ำในร่างกายที่ลดลง คนวัยทองมีสัดส่วนของน้ำในร่างกายน้อยกว่าคนหนุ่มสาว ทำให้การสูญเสียน้ำแม้เพียงเล็กน้อยส่งผลกระทบต่อร่างกายมากกว่า
  • การทำงานของไตที่ลดลง ทำให้ความสามารถในการเก็บรักษาน้ำและแร่ธาตุลดลง จึงจำเป็นที่วัยทองจะต้องได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอ
  • การใช้ยาบางประเภท ยาบางชนิดที่คนวัยทองมักใช้ เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาลดความดัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ

ประโยชน์ของการดื่มน้ำเพียงพอในหน้าร้อนสำหรับวัยทอง

  • ช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกาย เพราะน้ำจะช่วยในกระบวนการระบายความร้อนผ่านการหลั่งเหงื่อและการไหลเวียนของเลือดในร่างกายของวัยทอง
  • ป้องกันภาวะขาดน้ำ ซึ่งอาจนำไปสู่อาการรุนแรง เช่น เพลียแดด (heat exhaustion) หรือโรคลมแดด (heat stroke)
  • ช่วยในการขับถ่าย สามารถช่วยป้องกันอาการท้องผูก ซึ่งพบบ่อยในวัยทองและผู้สูงอายุ
  • ลดความเสี่ยงของการเกิดนิ่วในไต โดยเฉพาะในหน้าร้อนที่ร่างกายสูญเสียน้ำมาก
  • รักษาความชุ่มชื้นของผิวหนัง ช่วยลดริ้วรอยและความแห้งกร้านของผิว ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในวัยทอง
  • ช่วยในการดูดซึมยาและสารอาหาร น้ำช่วยให้ร่างกายดูดซึมยาและสารอาหารได้ดีขึ้น

แล้ววัยทองจะทราบได้อย่างไร? ว่าในแต่ละวันเราควนดื่มน้ำเท่าไหร่ หรือดื่มพอแล้วหรือยัง? เรามีวิธีประเมินการดื่มน้ำสำหรับวัยทองมาให้ด้วย โดยสังเกตได้จาก…

  • สีของปัสสาวะ วัยทองควรสังเกตปัสสาวะในการเข้าห้องน้ำแต่ละครั้ง โดยควรมีสีเหลืองอ่อนหรือใส หากมีสีเหลืองเข้มหรือน้ำตาล แสดงว่าร่างกายอาจขาดน้ำ
  • ความถี่ของการปัสสาวะ การที่วัยทองปัสสาวะน้อยกว่า 4 ครั้งต่อวัน อาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำในร่างกาย
  • ความยืดหยุ่นของผิวหนัง หากดึงผิวหนังแล้วกลับเข้าที่ช้า อาจแสดงถึงภาวะขาดน้ำ
  • อาการปากแห้ง ริมฝีปากแห้ง เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายต้องการน้ำ
  • อาการปวดศีรษะ เหนื่อยล้า อาจเป็นผลมาจากการขาดน้ำ

ปริมาณน้ำที่ควรดื่มต่อวัน

สำหรับคนวัยทอง ปริมาณน้ำที่แนะนำให้ดื่มในแต่ละวันอาจแตกต่างกันไปตามสภาพร่างกาย กิจกรรม และสภาพอากาศ แต่โดยทั่วไปควรดื่มประมาณ

  • ผู้หญิงวัยทอง: ควรดื่มอย่างน้อย 2 – 2.5 ลิตร หรือประมาณ 8 – 10 แก้วต่อวัน
  • ผู้ชายวัยทอง: ควรดื่มอย่างน้อย 2.5 – 3 ลิตร หรือประมาณ 10 – 12 แก้วต่อวัน

การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นวิธีง่ายๆ แต่มีประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพสำหรับคนวัยทอง โดยเฉพาะในหน้าร้อน น้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่มคลายความร้อนที่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด และมีประโยชน์มากที่สุดสำหรับร่างกาย

เครื่องดื่มคลายร้อนที่เหมาะสมสำหรับวัยทอง

สำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงวัยทองการเลือกเครื่องดื่มคลายความร้อนในหน้าร้อนที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยให้รู้สึกสดชื่น แต่ยังมีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพด้วย นอกจากการดื่มน้ำสะอาดแล้ว นี่คือเครื่องดื่มคลายร้อนที่แนะนำสำหรับคนวัยทอง 

ลองมาดูกันว่า…เครื่องดื่มที่เราแนะนำมาให้คุณผู้อ่านนี้ เคยทานเมนูใดมาแล้วบ้าง?

1. น้ำมะพร้าว

น้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มคลายความร้อนที่ดีเยี่ยมสำหรับวัยทอง เนื่องจากมีคุณสมบัติหลายประการที่เหมาะกับความต้องการของร่างกาย สิ่งสำคัญ คือ ควรเลือกดื่มน้ำมะพร้าวสด ไม่เติมน้ำตาล เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพ

  • อุดมไปด้วยอิเล็กโทรไลต์ตามธรรมชาติ โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ซึ่งช่วยชดเชยเกลือแร่ที่สูญเสียไปกับเหงื่อของร่างกายวัยทอง
  • มีดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับวัยทองหรือผู้ที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบและต่อต้านความเสื่อมของเซลล์ในวัยทอง
  • มีวิตามิน B ช่วยเสริมสร้างพลังงานและการทำงานของระบบประสาทให้กับวัยทอง

2. ชาเย็นสมุนไพร

ชาสมุนไพรหลายชนิดของไทย มีสรรพคุณในการลดความร้อนและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของคนวัยทอง แต่การดื่มชาสมุนไพรเย็นก็ควรหลีกเลี่ยงการเติมน้ำตาล หากต้องการความหวาน อาจใช้หญ้าหวานหรือน้ำผึ้งในปริมาณเล็กน้อยแทนซึ่งดีต่อวัยทองมากกว่า

  • ชาใบเตย มีกลิ่นหอม ช่วยคลายเครียด ลดความร้อนในร่างกาย และมีสารต้านอนุมูลอิสระ
  • ชาดอกคำฝอย ช่วยลดความร้อน บำรุงหัวใจ และปรับสมดุลฮอร์โมน เหมาะสำหรับผู้หญิงวัยทอง
  • ชาหญ้าหวาน ให้ความหวานโดยไม่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องควบคุมน้ำตาล
  • ชามะตูม ช่วยระบายความร้อน แก้กระหาย บำรุงหัวใจ และระบบทางเดินอาหาร

3. น้ำผลไม้คั้นสด

น้ำผลไม้คั้นสดเป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ แต่คนวัยทองควรเลือกผลไม้ที่เหมาะสมควรดื่มน้ำผลไม้คั้นสดโดยไม่เติมน้ำตาล และดื่มในปริมาณพอเหมาะ (ไม่เกิน 1 แก้วต่อวัน) เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลธรรมชาติค่อนข้างสูง

  • น้ำแตงโม มีไลโคปีนสูง ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด มีน้ำมาก และมีน้ำตาลต่ำ
  • น้ำส้ม อุดมด้วยวิตามินซี ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน แต่ควรดื่มในปริมาณจำกัดหากมีปัญหากรดไหลย้อน
  • น้ำฝรั่ง มีวิตามินซีสูง ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และมีแคลเซียมที่ช่วยบำรุงกระดูก
  • น้ำมะเขือเทศ อุดมด้วยไลโคปีน ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและมะเร็งบางชนิด

4. น้ำข้าวกล้องหรือน้ำข้าวกล้องงอก

น้ำข้าวกล้องเป็นเครื่องดื่มคลายร้อนที่มีประโยชน์มากสำหรับคนวัยทอง และน้ำข้าวกล้องงอกมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าน้ำข้าวกล้องธรรมดา เนื่องจากกระบวนการงอกช่วยเพิ่มปริมาณสารอาหารและทำให้ดูดซึมได้ง่ายขึ้น

  • อุดมด้วยวิตามินบี ช่วยเสริมสร้างพลังงานและการทำงานของระบบประสาท
  • มีแกมมา-อะมิโนบิวทิริกแอซิด (GABA) ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล
  • มีใยอาหาร ช่วยระบบย่อยอาหารและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์

5. น้ำสมุนไพรไทย

น้ำสมุนไพรไทยหลายชนิดมีสรรพคุณในการลดความร้อนและเสริมสุขภาพสำหรับคนวัยทอง โดยควรดื่มน้ำสมุนไพรเหล่านี้โดยไม่เติมน้ำตาลหรือเติมในปริมาณน้อย เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพ

  • น้ำกระเจี๊ยบ ช่วยลดความดันโลหิต บำรุงหัวใจ และมีวิตามินซีสูง
  • น้ำบัวบก ช่วยลดความร้อน บำรุงหัวใจ เสริมการไหลเวียนของเลือด และช่วยบำรุงสมอง
  • น้ำเก๊กฮวย ช่วยลดความร้อน บำรุงสายตา ลดความดันโลหิต และช่วยในการนอนหลับ
  • น้ำอัญชัน มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยบำรุงสายตา และเสริมการไหลเวียนของเลือด

6. น้ำผักปั่น แหล่งวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร

น้ำผักปั่นเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนวัยทองที่ต้องการเพิ่มใยอาหารและสารอาหารในรูปแบบเครื่องดื่ม โดยวัยทองควรผสมน้ำผักปั่นกับผลไม้ที่มีรสหวานเล็กน้อย เช่น แอปเปิ้ลหรือสับปะรด เพื่อปรับรสชาติให้ดื่มง่ายขึ้น

  • น้ำผักใบเขียว เช่น คะน้า ผักโขม ใบยอ อุดมด้วยแคลเซียม วิตามินเค และสารต้านอนุมูลอิสระ
  • น้ำแครอท มีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยบำรุงสายตาและภูมิคุ้มกัน
  • น้ำบีทรูท ช่วยลดความดันโลหิต เพิ่มการไหลเวียนของเลือด และเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย
  • น้ำผักรวม การผสมผสานผักหลายชนิดช่วยให้ได้รับสารอาหารหลากหลายมากขึ้น และบางชนิดมีโปรตีนที่ดีจากพืชซึ่งเหมาะกับวัยทอง 05: 02/68

7. น้ำมันต์ เครื่องดื่มเย็นคลายร้อนแบบไทย

น้ำมันต์เป็นเครื่องดื่มคลายร้อนแบบไทยที่มีประโยชน์สำหรับคนวัยทอง แต่ก็ควรเลือกดื่มน้ำมันต์ที่ไม่เติมน้ำตาลหรือเติมในปริมาณน้อย และหลีกเลี่ยงการเติมสีอาหารหรือวัตถุกันเสีย

  • มีสรรพคุณขับลม ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ซึ่งพบบ่อยในวัยทอง
  • ช่วยลดความร้อน ทำให้รู้สึกเย็นสดชื่น แก้กระหาย
  • มีน้ำมันหอมระเหย ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะและความเครียด
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ จากใบมันต์และเครื่องเทศที่ใช้

8. น้ำผักผลไม้หมัก

น้ำผักผลไม้หมัก หรือคอมบูชาเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารและภูมิคุ้มกันของวัยทอง ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรเริ่มดื่มในปริมาณน้อยก่อน (ประมาณ 100 มล.ต่อวัน) และค่อยๆ เพิ่มปริมาณตามการตอบสนองของร่างกาย

  • มีจุลินทรีย์โพรไบโอติก ช่วยเสริมสร้างสุขภาพลำไส้ ซึ่งสำคัญมากในวัยทอง
  • มีกรดอะซิติก ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและกระตุ้นการเผาผลาญ
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ จากชาและผลไม้ที่ใช้หมัก
  • มีวิตามินบี ช่วยเสริมพลังงานและระบบประสาท

การเลือกเครื่องดื่มคลายความร้อนที่เหมาะสมสำหรับคนวัยทอง ไม่เพียงช่วยแค่บรรเทาความร้อน แต่ยังเสริมสร้างสุขภาพในระยะยาวอีกด้วย ควรสังเกตการตอบสนองของร่างกายหลังการดื่ม และปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม

นอกจากการเลือกเครื่องดื่มที่เหมาะสมแล้ว การเลือกทานอาหารเสริมสำหรับวัยทองก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีไม่แพ้กัน เพราะวัยทองเป็นช่วงวัยที่ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยเฉพาะระบบฮอร์โมนและการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น อากาศร้อน 

เราจึงอยากแนะนำทุกคนกับ ดีเน่ ฟลาโวพลัส (DNAe Flavoplus) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของร่างกายในช่วงวัยทองโดยเฉพาะ ที่ผ่านการคิดค้นและลงแรง ลงใจ ด้วยสูตรจากคุณหมอและเภสัชกรที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้ โดยมีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ 

1. สารสกัดจากถั่วเหลือง (นำเข้าจากประเทศสเปน)

ถั่วเหลืองอุดมไปด้วยไอโซฟลาโวน ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนของผู้หญิง ช่วยบรรเทาอาการร้อนวูบวาบนผู้หญิงวัยทองได้ดี ซึ่งเป็นอาการที่พบบ่อยและทำให้รู้สึกร้อนมากขึ้นในหน้าร้อน นอกจากนี้ ไอโซฟลาโวนยังช่วยรักษาสมดุลของระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงวัยทอง

2. สารสกัดจากตังกุย

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าตังกุยเป็นสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณในการปรับสมดุลฮอร์โมน ช่วยบรรเทาอาการทางระบบประสาทที่พบในวัยทอง เช่น อารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ ซึ่งอาจรุนแรงขึ้นในช่วงหน้าร้อน ตังกุยยังมีคุณสมบัติในการช่วยไหลเวียนเลือด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อระบบควบคุมอุณหภูมิของร่างกายที่เริ่มเสื่อมถอยลงในวัยทอง

3. สารสกัดจากแปะก๊วย

แปะก๊วยมีคุณสมบัติในการขยายหลอดเลือดและเพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยให้ร่างกายของวัยทองระบายความร้อนได้ดีขึ้น นอกจากนี้แปะก๊วยยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากความเครียดออกซิเดชัน ซึ่งมักเพิ่มขึ้นในสภาพอากาศร้อนและในวัยที่เพิ่มขึ้น

4. สารสกัดจากงาดำ

งาดำอุดมไปด้วยแคลเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญในการรักษาความแข็งแรงของกระดูกในวัยทอง นอกจากนี้งาดำยังมีกรดไขมันโอเมก้า-3 และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบและรักษาสุขภาพของผิวหนัง ซึ่งมักเสื่อมสภาพเร็วขึ้นเมื่อสัมผัสกับแสงแดดและความร้อน

5. ออร์แกนิค แครนเบอร์รี่

แครนเบอร์รี่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและปกป้องระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับคนวัยทองที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อร่างกายขาดน้ำในช่วงหน้าร้อน

6. อินูลิน พรีไบโอติก

อินูลินเป็นพรีไบโอติกที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพของจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งส่งผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกันและการดูดซึมสารอาหาร ในวัยทองที่ระบบย่อยอาหารเริ่มเสื่อมถอย อินูลินช่วยรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ง่ายเมื่อดื่มเครื่องดื่มที่มีก๊าซในหน้าร้อน

สำหรับการรับประทานดีเน่ ฟลาโวพลัส ก็ทำได้ง่ายมากเพียงทานครั้งละ 1 แคปซูล พร้อมอาหารมื้อที่สะดวกเป็นประจำทุกวัน เพื่อดูแลร่างกายให้มีความพร้อมอยู่ตลอดเวลา และยังสามารถทานร่วมกับเครื่องดื่มคลายร้อนอื่นๆ ที่เหมาะสมสำหรับวัยทองตามที่แนะนำ เช่น

  1. น้ำมะพร้าว เป็นเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยอิเล็กโทรไลต์ ช่วยเติมแร่ธาตุที่สูญเสียไปกับเหงื่อในหน้าร้อน เมื่อรับประทานดีเน่ ฟลาโวพลัสร่วมกับน้ำมะพร้าว จะช่วยเสริมการทำงานของระบบไหลเวียนเลือดและการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย
  2. น้ำสมุนไพรเย็น เช่น น้ำใบเตย น้ำกระเจี๊ยบ หรือน้ำตะไคร้ ซึ่งมีสรรพคุณคลายร้อนตามธรรมชาติ เมื่อใช้ร่วมกับดีเน่ ฟลาโวพลัส จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรเทาความร้อนและเสริมสุขภาพ
  3. น้ำเปล่า การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนวัยทอง ดีเน่ ฟลาโวพลัสสามารถรับประทานพร้อมกับน้ำเปล่า เพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากสารสกัดทั้ง 6 ชนิด ในขณะที่ได้รับน้ำที่เพียงพอสำหรับการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย

*ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

และท่านใดที่กังวัลขอให้หมดห่วงเรื่องของคุณภาพ เพราะผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการลงทะเบียนอย่างถูกต้องกับ อย. และได้รับมาตรฐานการผลิตจากฮาลาล ให้คุณผู้อ่านเชื่อมั่นในคุณภาพได้แบบ 100%

เครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงในหน้าร้อนสำหรับคนวัยทอง

มาเรียนรู้สาระดีๆ กันต่อ นอกจากการเลือกเครื่องดื่มคลายร้อนอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนวัยทอง แต่การรู้ว่าเครื่องดื่มใดควรหลีกเลี่ยงก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากเครื่องดื่มบางประเภทอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวม โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนที่ร่างกายต้องรับมือกับความร้อนเพิ่มขึ้น

1. เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ ไวน์ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เข้มข้น ล้วนเป็นสิ่งที่คนวัยทองควรหลีกเลี่ยงในหน้าร้อน และหากวัยทองสามารถเลิกทานแอลกอฮอล์ได้ 11:01/68 ก็จะดีต่อร่างกาย เนื่องจาก…

  • ทำให้ร่างกายขาดน้ำ แอลกอฮอล์มีฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายวัยทองสูญเสียน้ำมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในสภาพอากาศร้อน
  • รบกวนการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย แอลกอฮอล์ทำให้หลอดเลือดที่ผิวหนังขยายตัว ทำให้วัยทองรู้สึกร้อนขึ้นและเสียเหงื่อมากขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ
  • ส่งผลต่อการตัดสินใจและการรับรู้ ทำให้วัยทองอาจไม่สังเกตสัญญาณเตือนของร่างกาย เมื่อเกิดภาวะเพลียแดดหรือโรคลมแดด
  • ปฏิกิริยากับยา คนวัยทองหลายคนรับประทานยาประจำ ซึ่งแอลกอฮอล์อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาที่เป็นอันตรายได้

แม้ว่าวัยทองหลายคนอาจคิดว่าการดื่มเบียร์เย็นๆ ในวันที่อากาศร้อนจะช่วยคลายร้อนได้ แต่ความเย็นชั่วคราวนี้มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่า โดยเฉพาะสำหรับร่างกายที่กำลังเปลี่ยนแปลงในช่วงวัยทอง

2. เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง

เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง เช่น กาแฟเข้มข้น ชาเข้มข้น และเครื่องดื่มชูกำลัง ล้วนเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดปริมาณในหน้าร้อนสำหรับวัยทอง เพราะ…

  • เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต ซึ่งไม่เป็นผลดีเมื่อร่างกายของวัยทองที่กำลังพยายามปรับตัวกับความร้อน
  • มีฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะเล็กน้อย แม้จะไม่รุนแรงเท่าแอลกอฮอล์ แต่ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำในวัยทองได้
  • อาจกระตุ้นหรือเพิ่มอาการร้อนวูบวาบ ในผู้หญิงวัยทอง ทำให้รู้สึกอึดอัดมากขึ้นในอากาศร้อน
  • รบกวนการนอนหลับ คาเฟอีนอาจทำให้วัยทองนั้น มีอาการนอนไม่หลับหรือคุณภาพการนอนแย่ลง ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการฟื้นตัวของร่างกายจากความเครียดเนื่องจากความร้อน

หากวัยทองท่านใดต้องการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ควรเลือกดื่มในช่วงเช้าเท่านั้น และไม่ควรดื่มมากกว่า 1 – 2 แก้วต่อวัน พร้อมทั้งดื่มน้ำเปล่าเพิ่มเติมเพื่อชดเชยผลขับปัสสาวะของคาเฟอีน

3. เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ภัยเงียบต่อสุขภาพของคนวัยทอง

เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลเพิ่ม หรือชานมไข่มุก เป็นเครื่องดื่มที่คนวัยทองควรหลีกเลี่ยง แม้จะให้ความสดชื่นที่มาพร้อมกับความอร่อยก็ตาม เพราะ…

  • เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน วัยทองเป็นช่วงที่ความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพิ่มสูงขึ้น การบริโภคน้ำตาลมากเกินไปจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงนี้
  • ทำให้ระดับพลังงานขึ้นลงอย่างรวดเร็ว น้ำตาลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้วัยทองรู้สึกเหนื่อยล้ามากขึ้นในช่วงหน้าร้อน
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • เพิ่มน้ำหนักตัว การบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงเป็นประจำอาจนำไปสู่ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ซึ่งทำให้ร่างกายของวัยทองรับมือกับความร้อนได้ยากขึ้น

น้ำผลไม้ 100% โดยไม่เติมน้ำตาลอาจดีกว่าสำหรับวัยทอง แต่ก็ยังมีน้ำตาลธรรมชาติในปริมาณสูง ควรดื่มในปริมาณจำกัดและเจือจางด้วยน้ำเปล่าเพื่อลดปริมาณน้ำตาล

4. เครื่องดื่มที่มีโซเดียมสูง

ใครจะเชื่อว่าการเครื่องดื่มบางชนิดมีโซเดียมหรือเกลือในปริมาณสูง อาจเป็นปัญหาสำหรับคนวัยทองที่มีความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูงหรือโรคไตได้

  • น้ำผักและน้ำผลไม้สำเร็จรูปบางชนิด มักเติมโซเดียมเพื่อคงรสชาติและเป็นสารกันเสีย
  • เครื่องดื่มเกลือแร่และเครื่องดื่มสำหรับนักกีฬา แม้จะมีประโยชน์ในการทดแทนเกลือแร่ แต่หลายยี่ห้อมีโซเดียมสูงเกินความจำเป็นสำหรับคนวัยทองที่ไม่ได้ออกกำลังกายหนัก
  • ซุปก้อนละลายน้ำร้อน มักมีโซเดียมสูงมาก

การบริโภคโซเดียมมากเกินไปอาจนำไปสู่

  • ภาวะบวมน้ำ ทำให้วัยทองรู้สึกอึดอัดและไม่สบายตัวในอากาศร้อน
  • ความดันโลหิตสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดในวัยทอง
  • เพิ่มภาระให้กับไต ซึ่งในวัยทองมักมีประสิทธิภาพการทำงานลดลงอยู่แล้ว

5. เครื่องดื่มที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูง ก่อให้เกิดอาการท้องอืดในวัยทอง

เครื่องดื่มที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เช่น น้ำอัดลม น้ำแร่อัดก๊าซ หรือเครื่องดื่มมอลต์ไม่มีแอลกอฮอล์ อาจไม่เหมาะกับคนวัยทองในหน้าร้อนเพราะ…

  • ทำให้เกิดอาการท้องอืด ซึ่งทำให้ร่างกายของวัยทองรู้สึกอึดอัดและไม่สบายตัวมากขึ้นในอากาศร้อน
  • กระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะ อาจทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อน โดยเฉพาะในวัยทองผู้ที่มีปัญหานี้อยู่แล้ว
  • รบกวนการดูดซึมแคลเซียม ในบางกรณี อาจส่งผลต่อความหนาแน่นของกระดูก ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในวัยทอง
  • ทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว จากก๊าซในกระเพาะ ทำให้อาจดื่มน้ำไม่เพียงพอ

6. ชาและเครื่องดื่มสมุนไพรบางชนิด

แม้ชาและเครื่องดื่มสมุนไพรหลายชนิดจะมีประโยชน์ เป็นเครื่องดื่มคลายร้อนสำหรับวัยทอง แต่บางชนิดอาจไม่เหมาะกับคนวัยทองในหน้าร้อนด้วยเช่นกัน

  • ชาเขียวและชาดำที่ชงเข้มข้น นอกจากมีคาเฟอีนแล้ว ยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ทำให้วัยทองอาจสูญเสียน้ำมากขึ้น
  • ชาหรือเครื่องดื่มสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน เช่น ชาขิง พริกไทย อบเชย กานพลู ในปริมาณมากอาจทำให้ร่างกายของวัยทองรู้สึกร้อนมากขึ้น
  • เครื่องดื่มสมุนไพรที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เช่น หญ้าหนวดแมว ใบหม่อน แห้วหมู อาจทำให้สูญเสียน้ำมากขึ้นในหน้าร้อน
  • ชาสมุนไพรที่อาจมีปฏิกิริยากับยา หลายสมุนไพรอาจมีปฏิกิริยากับยาที่คนวัยทองใช้เป็นประจำ เช่น โสมกับยาความดัน, ชาเซนต์จอห์นเวิร์ตกับยาหลายชนิด

ทั้งนี้ วัยทองควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนดื่มชาสมุนไพรที่ไม่คุ้นเคย โดยเฉพาะหากกำลังใช้ยาประจำอยู่

7. เครื่องดื่มสุดขั้วเรื่องอุณหภูมิ ทั้งร้อนจัดและเย็นจัด

เครื่องดื่มที่มีอุณหภูมิสุดขั้ว ทั้งร้อนจัดหรือเย็นจัด อาจไม่เหมาะกับคนวัยทองในหน้าร้อนมากๆ เพราะร่างกายอาจปรับอุณหภูมิไม่ทัน 

  • เครื่องดื่มร้อนจัด ทำให้อุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีในสภาพอากาศที่ร้อนอยู่แล้ว
  • เครื่องดื่มเย็นจัดหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำแข็งมาก อาจทำให้เกิดช็อกกับระบบย่อยอาหาร กระตุ้นให้เกิดอาการปวดท้อง หรือทำให้วัยทองเกิดอาการเกร็งที่หลอดเลือด

8. นมและผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันสูง

นมและผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันสูง เช่น มิลค์เชค ไอศกรีมชอคโกแลตมอลต์ หรือกาแฟที่ใส่ครีมมาก อาจทำให้วัยทองรู้สึกหนักท้องและย่อยยากในวันที่อากาศร้อน

  • ใช้พลังงานมากในการย่อย อาหารและเครื่องดื่มที่มีไขมันสูงต้องใช้พลังงานมากในการย่อย ทำให้ร่างกายผลิตความร้อนเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ดีต่อวัยทอง
  • ทำให้รู้สึกเฉื่อยชา หลังการบริโภคเครื่องดื่มที่มีไขมันสูง
  • อาจกระตุ้นอาการท้องเสีย โดยเฉพาะในวัยทองผู้ที่มีภาวะแลคโตสอินทอเลอแรนซ์ ซึ่งพบได้บ่อยขึ้นในวัยทอง

หากวัยทองท่านใดต้องการดื่มนม แนะนำให้เลือกนมที่มีไขมันต่ำหรือนมพร่องมันเนย หรือนมจากพืช เช่น นมอัลมอนด์ นมข้าว หรือนมถั่วเหลือง ซึ่งเบากว่าและย่อยง่ายกว่า ดีกว่าสำหรับวัยทอง

สรุป

คุณผู้อ่านที่อยู่ในวัยทองมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะร่างกายร้อนเกินไปในหน้าร้อน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาที่มาพร้อมกับวัย การรู้จักสังเกตสัญญาณอันตราย และปฏิบัติตามวิธีการป้องกันที่เหมาะสม จะช่วยให้คนวัยทองสามารถผ่านพ้นหน้าร้อนได้อย่างปลอดภัย การเลือกเครื่องดื่มคลายร้อนที่เหมาะสม เช่น น้ำเปล่า น้ำมะพร้าว หรือเครื่องดื่มที่มีสมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์เย็น จะช่วยป้องกันภาวะร่างกายร้อนเกินไปและเสริมสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาว

หากคุณผู้อ่านหรือคนใกล้ชิดแสดงสัญญาณของโรคลมแดด 01:03/68 ควรโทรเรียกความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที เนื่องจากเป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัวซึ่งพบได้บ่อยในวัยทอง