10 สัญญาณเตือน โรคเบาหวาน ในวัยทอง ที่ไม่ควรมองข้าม!

วัยทอง เป็นช่วงที่ร่างกาย มีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาได้ รวมถึง โรคเบาหวาน การสังเกตอาการเหล่านี้ จะช่วยให้คุณสามารถตรวจพบ โรคเบาหวาน  ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที

สัญญาณเตือน โรคเบาหวาน ที่ควรระวัง

  1. กระหายน้ำบ่อย : รู้สึกอยากดื่มน้ำตลอดเวลา
  2. ปัสสาวะบ่อย : โดยเฉพาะตอนกลางคืน
  3. หิวบ่อย:  แม้ว่าเพิ่งทานอาหารไปไม่นาน
  4. น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ : แม้ว่าทานอาหารตามปกติ
  5. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย : แม้จะพักผ่อนเพียงพอ
  6. มีแผลที่หายช้า : แผลเล็กๆ น้อยๆ หายช้ากว่าปกติ
  7. สายตาพร่ามัว : มองเห็นไม่ชัดเจน
  8. รู้สึกชาหรือเสียวที่มือ และเท้า : อาจรู้สึกเหมือนมีมดไต่
  9. ติดเชื้อบ่อย : เช่น ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ติดเชื้อที่ผิวหนัง
  10. มีอาการคันที่อวัยวะเพศ : หรือมีตกขาวผิดปกติ

ทำไมวัยทองจึงเสี่ยงต่อการเกิด โรคเบาหวาน ?

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน : ฮอร์โมนอินซูลิน มีบทบาทสำคัญในการควบคุม ระดับน้ำตาลในเลือด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงวัยทอง อาจส่งผลต่อการทำงานของอินซูลิน กระตุ้นการเกิด โรคเบาหวาน 
  • การเพิ่มขึ้นของไขมันในร่างกาย : ไขมันส่วนเกินอาจไปสะสมที่ตับ และกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน เสี่ยงต่อการเป็น โรคเบาหวาน  
  • การขาดการออกกำลังกาย : การขาดการออกกำลังกายเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลินมากขึ้น

การป้องกัน โรคเบาหวาน และดูแลตนเอง

  • ตรวจสุขภาพเป็นประจ: ควรตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด
  • ควบคุมอาหาร : กินอาหารที่มีประโยชน์หลากหลาย รับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้น ลดการบริโภคอาหารหวานมัน และอาหารไขมันสูง
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์
  • ควบคุมน้ำหนัก : รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
  • เลิกบุหรี่ : บุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเบาหวาน
  • จัดการความเครียด : ความเครียดเรื้อรัง อาจส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด

ไขข้อสงสัย ทำไมวัยทองถึงเสี่ยงเป็น โรคเบาหวาน ? เผยปัจจัยสำคัญต้องรู้ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง

4 ปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้วัยทองเสี่ยงต่อ โรคเบาหวาน

  1. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน
  • ฮอร์โมนเอสโตรเจน มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการทำงานของอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ เมื่อระดับเอสโตรเจนลดลง การทำงานของอินซูลินก็อาจผิดปกติไป ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
  1. การเปลี่ยนแปลงในการกระจายตัวของไขมัน
  • ในช่วงวัยทอง ไขมันมักจะสะสมบริเวณหน้าท้อง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิด โรคเบาหวาน ชนิดที่ 2
  1. การลดลงของมวลกล้ามเนื้อ
  • เมื่ออายุมากขึ้น มวลกล้ามเนื้อจะลดลง ทำให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลินมากขึ้น เสี่ยงต่อการเป็น โรคเบาหวาน
  1. พฤติกรรมการกิน และการออกกำลังกาย
  • การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง ไขมันสูง และการขาดการออกกำลังกาย เป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เสี่ยงต่อการเป็น โรคเบาหวาน มากขึ้น

อาการของ โรคเบาหวาน ในวัยทองที่พบบ่อย!!

  • กระหายน้ำบ่อย
  • ปัสสาวะบ่อย
  • หิวบ่อย
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
  • มีแผลที่หายช้า
  • สายตาพร่ามัว
  • รู้สึกชา หรือเสียวที่มือและเท้า
  • ติดเชื้อบ่อย
  • มีอาการคันที่อวัยวะเพศ หรือมีตกขาวผิดปกติ

หลักการเลือกอาหารสำหรับผู้ป่วย โรคเบาหวาน

  • เลือกอาหารที่หลากหลาย : รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นผักผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ถั่ว และนม
  • ควบคุมปริมาณ : กินในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป
  • เลือกอาหารที่มีใยอาหารสูง : ใยอาหารช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงขึ้นเร็ว
  • เลือกแป้งเชิงซ้อน : เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท เพราะย่อยช้า ทำให้น้ำตาลในเลือดไม่สูงขึ้นเร็ว
  • งดอาหารที่มีน้ำตาล : รวมถึงน้ำหวาน เครื่องดื่มชูกำลัง ขนมหวานต่างๆ
  • เลือกไขมันที่ดี : เช่น ไขมันไม่อิ่มตัวจากปลาทะเล อโวคาโด ถั่ว

สุขภาพดีในวัยทองแม้เป็น โรคเบาหวาน ! เคล็ดลับการบำรุงร่างกาย เพื่อชีวิตที่สมบูรณ์ 

เคล็ดลับสำคัญ ในการดูแลตัวเอง สำหรับผู้หญิงวัยทองที่เป็น โรคเบาหวาน

  1. ควบคุมอาหารอย่างสม่ำเสมอ
    • เน้นอาหารที่มีใยอาหารสูง : เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดอาการ โรคเบาหวาน ได้
    • เลือกโปรตีนคุณภาพ : เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา ถั่ว ช่วยควบคุมความหิว และเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
    • จำกัดอาหารที่มีน้ำตาลสูง : ขนมหวาน น้ำหวาน เครื่องดื่มชูกำลัง
    • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ : ช่วยในการขับน้ำตาลส่วนเกินออกจากร่างกาย ลดอาการ โรคเบาหวาน ได้
  2. ออกกำลังกายเป็นประจำ
    • เลือกชนิดกีฬาที่ชอบ : เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และควบคุมน้ำตาลได้ดี
    • ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มออกกำลังกาย : เพื่อวางแผนการออกกำลังกายที่เหมาะสม
  3. ตรวจสุขภาพเป็นประจำ
    • ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด : เพื่อติดตามผลการรักษาและปรับเปลี่ยนแผนการรักษาได้ทันท่วงที
    • ตรวจความดันโลหิต และไขมันในเลือด : เพื่อควบคุมปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น
  4. รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง
    • อย่าลืมทานยา : ตามเวลาที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  5. จัดการความเครียด
    • หาเวลาพักผ่อน นอนหลับให้เพียงพอ
    • ทำกิจกรรมที่ชอบ เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง
    • ฝึกสมาธิ ช่วยให้จิตใจสงบ
  6. ปรึกษาแพทย์ หรือนักโภชนาการ
    • ขอคำแนะนำ : เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน และการใช้ชีวิตประจำวัน

จัดการ โรคเบาหวาน ในวัยทองหญิงด้วย ดีเน่ ฟลาโวพลัส (DNAe Flavoplus)

สรรพคุณหลักที่ช่วยจัดการ โรคเบาหวาน ในผู้หญิงวัยทอง!

  • Organic แครนเบอร์รี่ : อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบ และปรับระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล
  • Prebiotic : ส่งเสริมการทำงานของลำไส้ และปรับสมดุลแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหาร ช่วยให้การย่อยอาหารดีขึ้น และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • ถั่วเหลืองนำเข้าจากสเปน : อุดมไปด้วยไอโซฟลาโวน ซึ่งช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน
  • ตังกุย : สมุนไพรที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน ลดความเครียด   และเสริมการทำงานของระบบไหลเวียนเลือด
  • แปะก๊วย : ช่วยเสริมการไหลเวียนโลหิต และบำรุงสมอง รวมถึงช่วยลดภาวะดื้ออินซูลินในร่างกาย
  • งาดำ : มีแคลเซียม และสารอาหารที่ช่วยบำรุงกระดูกแ ละลดความเสี่ยงต่อการเกิด โรคเบาหวาน โดยช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่

เมนูอาหารสำหรับผู้ป่วย โรคเบาหวาน ในวัยทอง อร่อย สุขภาพดี และควบคุมน้ำตาลได้

5 หลักการสำคัญ ในการเลือกอาหารสำหรับผู้ป่วย โรคเบาหวาน

  1. เน้นอาหารที่มีใยอาหารสูง : เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน และควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี
  2. เลือกโปรตีนคุณภาพ : เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา ไข่ ถั่ว ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และควบคุมความหิว
  3. งดอาหารที่มีน้ำตาลสูง : ขนมหวาน น้ำหวาน เครื่องดื่มชูกำลัง
  4. ควบคุมปริมาณแป้ง : เลือกแป้งเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท และควบคุมปริมาณให้เหมาะสม
  5. ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ : ช่วยในการขับน้ำตาล ส่วนเกินออกจากร่างกาย

แนะนำเมนูอาหารสำหรับผู้ป่วย โรคเบาหวาน

อาหารเช้า

  • โอ๊ตผสมผลไม้สด และเมล็ดเจีย
  • ขนมปังโฮลวีททาเนยถั่ว และไข่ต้ม
  • โยเกิร์ตไม่ใส่น้ำตาล ผสมกับผลไม้สด และธัญพืช

อาหารกลางวัน

  • ข้าวกล้อง ผัดผักรวมมิตรกับปลาทูนึ่ง
  • ก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์น้ำใส ใส่ผักเยอะๆ และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
  • สลัดผักรวมกับอกไก่ย่าง

อาหารเย็น

  • ซุปผักรวมใส่เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
  • แกงเขียวหวานไก่ใส่ถั่วฝักยาว
  • ต้มยำกุ้งน้ำข้น (ใส่พริกน้อย)

ของว่าง

  • ผลไม้สด
  • ถั่ว
  • โยเกิร์ตไม่ใส่น้ำตาล
  • นมถั่วเหลือง

จัดการ โรคเบาหวาน ในวัยทองชายด้วย ดีเน่ แอนโดรพลัส (DNAe Andro Plus)

สรรพคุณหลักที่ช่วยจัดการเบาหวาน

  • โสมเกาหลี : มีคุณสมบัติช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด เพิ่มความทนทานต่ออินซูลิน และเสริมสร้างพลังงานให้กับร่างกาย
  • กระชายดำ : ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงต่อการเกิด โรคเบาหวาน
  • Zinc : มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และการทำงานของอินซูลินในร่างกาย ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่
  • กรดอะมิโน L’Arginine : ช่วยขยายหลอดเลือด และเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ลดความดันโลหิต และเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบเผาผลาญ
  • แปะก๊วย : ช่วยบำรุงระบบไหลเวียนโลหิต ลดภาวะดื้ออินซูลิน และส่งเสริมสุขภาพสมอง
  • งาดำ : อุดมไปด้วยแคลเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน
  • ฟีนูกรีก (Fenugreek Extract) : ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และเสริมสร้างการทำงานของอินซูลินในร่างกาย

จัดการ โรคเบาหวาน ได้ด้วยตัวคุณ! เคล็ดลับลดเบาหวานเพื่อชีวิตที่ยั่งยืน อาหารที่ควรทาน และควรเลี่ยง!

4 วิธีลดความเสี่ยง โรคเบาหวาน ด้วยตัวเอง!

  1. ควบคุมอาหาร
    • เลือกอาหารที่มีใยอาหารสูง : เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ช่วยให้อิ่มนาน และควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี
    • เลือกโปรตีนคุณภาพ : เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา ไข่ ถั่ว ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และควบคุมความหิว
    • งดอาหารที่มีน้ำตาลสูง : ขนมหวาน น้ำหวาน เครื่องดื่มชูกำลัง ที่เป็นตัวกระตุ้น โรคเบาหวาน
    • ควบคุมปริมาณแป้ง : เลือกแป้งเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท และควบคุมปริมาณให้เหมาะสม
    • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ : ช่วยในการขับน้ำตาลส่วนเกินออกจากร่างกาย 
  2. ออกกำลังกายเป็นประจำ
    • เลือกกิจกรรมที่ชอบ : เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน
    • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ : อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์
    • ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มออกกำลังกาย : เพื่อวางแผนการออกกำลังกายที่เหมาะสม
  3. ตรวจสุขภาพเป็นประจำ
    • ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด : เพื่อติดตามผลการรักษา และปรับเปลี่ยนแผนการรักษาได้ทันท่วงที
    • ตรวจความดันโลหิต และไขมันในเลือด : เพื่อควบคุมปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น
  4. จัดการความเครียด นอนหลับสบายในวัยทอง
    • วัยทองชาย : อยากนอนหลับสบาย ทาน ดีเน่ แอนโดรพลัส (DNAe Andro plus) หลังมื้ออาหารเย็น 1 แคปซูล ช่วยให้หลับลึก หลับสบาย ตื่นมาแล้วชดชื่น
    • วัยทองหญิง : อยากนอนหลับสบาย ลดอาการวัยทองต่างๆ ทาน ดีเน่ ฟลาโวพลัส (DNAe Flavoplus) หลังมื้ออาหารเย็น 1 แคปซูล ช่วยให้หลับลึก หลับสบาย ตื่นมาแล้วชดชื่น

เคล็ดลับในการดูแลตัวเองจาก โรคเบาหวาน

  • แบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กๆ : ทานอาหารบ่อยๆ แต่ละมื้อไม่มากเกินไป
  • ปรุงอาหารด้วยวิธีต้ม นึ่ง ย่าง : เพื่อลดปริมาณไขมัน
  • ใช้เครื่องปรุงรสธรรมชาติ : แทนการใช้น้ำปลา น้ำมันหอย หรือผงชูรส