กับปัญหา ผิวแห้ง ลอกขุย! 5 สาเหตุที่คุณควรรู้ และวิธีฟื้นฟูผิวให้นุ่มชุ่มชื่น

5 สาเหตุ ที่ทำให้ ผิวแห้ง ในช่วง

  1. การลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน : ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีบทบาทสำคัญในการรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว เมื่อระดับฮอร์โมนลดลง ผิวจึงสูญเสียน้ำ และความยืดหยุ่น
  2. การเปลี่ยนแปลงของต่อมไขมัน : ต่อมไขมันผลิตน้ำมันหล่อลื่นผิวลดลง ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น
  3. การใช้ชีวิตประจำวัน : การใช้สบู่ที่มีฤทธิ์แรง การอาบน้ำอุ่นนานเกินไป หรือการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ ผิวแห้ง ได้
  4. การขาดน้ำ : การดื่มน้ำไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ผิวจึงขาดความชุ่มชื้นตามไปด้วย
  5. โรคบางชนิด : โรคบางชนิด เช่น โรคไทรอยด์ หรือโรคเบาหวาน ก็อาจทำให้ ผิวแห้ง ได้

วิธีฟื้นฟูผิวให้กลับมานุ่มชุ่มชื้น

  1. บำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน : เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยน ไม่ระคายเคือง และมีค่า pH ที่ใกล้เคียงกับผิว และบำรุงผิวด้วยครีมหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื้น เช่น แอซิด เซราไมด์ หรือกลีเซอรีน
  2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ : การดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน ช่วยให้ร่างกาย และผิวได้รับความชุ่มชื้น
  3. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นนานเกินไป : การอาบน้ำอุ่นนานเกินไปจะทำให้ผิวสูญเสียน้ำมันธรรมชาติ ควรอาบน้ำอุ่นสั้นๆ และใช้สบู่ที่อ่อนโยน
  4. ทาครีมกันแดด : แสงแดดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวแห้งกร้าน ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงก่อนออกจากบ้านเสมอ
  5. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : อาหารที่มีวิตามิน และแร่ธาตุครบถ้วน เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืช ช่วยบำรุงผิวจากภายใน
  6. ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง : หากปัญหาผิวแห้งรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพื่อรับคำแนะนำ และการรักษาที่เหมาะสม

เจาะลึกฮอร์โมนใน ทำไม ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น เมื่อฮอร์โมนเปลี่ยน?

เข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของ ผิวแห้ง ใน

  • ปัญหา ผิวแห้ง กร้านเป็นหนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยในช่วง หลายคนสงสัยว่าทำไมผิวถึงเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ คำตอบนั้นซ่อนอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายค่ะ

ฮอร์โมนเอสโตรเจน ฮอร์โมนสำคัญใน 

  • ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีบทบาทสำคัญในการรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว โดยช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน และอีลาสติน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น และอุ้มน้ำได้ดี
  • เมื่อเข้าสู่ ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การผลิตคอลลาเจน และอีลาสตินลดลงตามไปด้วย ผลที่ตามมาคือผิวสูญเสียความยืดหยุ่น ขาดความชุ่มชื้น ผิวแห้ง และเริ่มปรากฏริ้วรอย

กระบวนการ ผิวแห้ง ที่เกิดขึ้นเมื่อขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน

  1. การผลิตน้ำมันลดลง : ต่อมไขมันผลิตน้ำมันหล่อลื่นผิวลดลง ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น
  2. การสูญเสียน้ำ : ผิวหนังสูญเสียน้ำได้ง่ายขึ้น ทำให้ ผิวแห้ง กร้าน
  3. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิว : ชั้นผิวหนังชั้นนอกบางลง ทำให้ผิวบอบบาง และระคายเคืองง่าย

ปัจจัยเสริมที่ทำให้ ผิวแห้ง มากขึ้น

  • การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่รุนแรง : สบู่ที่มีฤทธิ์แรงจะชะล้างน้ำมันธรรมชาติบนผิว ทำให้ผิวแห้งมากยิ่งขึ้น
  • การอาบน้ำอุ่นนานเกินไป : น้ำอุ่นจะชะล้างความชุ่มชื้นออกจากผิว
  • สภาพแวดล้อม : อากาศที่แห้ง และเย็นจัดก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ ผิวแห้ง ได้ง่ายขึ้น

เคล็ดลับเพิ่มเติมในการดูแลผิว

  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องทำความร้อนในห้อง : อากาศร้อนจากเครื่องทำความร้อนจะทำให้ ผิวแห้ง ได้ง่ายขึ้น
  • ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในห้อง : การใช้เครื่องเพิ่มความชื้นจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้าย : ผ้าฝ้ายจะช่วยระบายอากาศและไม่ทำให้ผิวระคายเคือง

ปัญหา ผิวแห้ง ในแก้ได้! แจกสูตรลับบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ดูอ่อนเยาว์

สูตรลับบำรุง ผิวแห้ง ให้ชุ่มชื้น และดูอ่อนเยาว์

  1. เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน : หลีกเลี่ยงสบู่ที่ทำความสะอาดรุนแรง ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าหรือสบู่เหลวที่อ่อนโยน ไม่ทำให้ ผิวแห้ง
  2. บำรุงผิวด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ : เลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื้น เช่น เซราไมด์ แอซิด และกลีเซอรีน ทาบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอทั้งเช้า และก่อนนอน
  3. มาส์กหน้า : มาส์กหน้าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
  4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ : การดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน ช่วยให้ร่างกาย และผิวได้รับความชุ่มชื้น
  5. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นนานเกินไป : น้ำอุ่นจะชะล้างความชุ่มชื้นออกจากผิว ควรอาบน้ำอุ่นสั้นๆ และใช้สบู่ที่อ่อนโยน
  6. ทาครีมกันแดด : แสงแดดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ ผิวแห้ง กร้าน ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงก่อนออกจากบ้านเสมอ
  7. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : อาหารที่มีวิตามิน และแร่ธาตุครบถ้วน เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืช ช่วยบำรุงผิวจากภายใน
  8. ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง : หากปัญหาผิวแห้งรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพื่อรับคำแนะนำ และการรักษาที่เหมาะสม

สูตรมาส์กหน้าบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นลดอาการ ผิวแห้ง

  • มาส์กโยเกิร์ต และน้ำผึ้ง : ผสมโยเกิร์ตธรรมชาติ 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ทาลงบนผิวหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก
  • มาส์กกล้วย : บดกล้วยสุก 1 ผล แล้วทาลงบนผิวหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก

สิ่งสำคัญ : การดูแลผิวในช่วงต้องใช้เวลา และความสม่ำเสมอ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ชาย ทาน ดีเน่ แอนโดรพลัส (DNAe Andro plus) หญิง ทาน ดีเน่ ฟลาโวพลัส (DNAe Flavoplus) ทานเพื่อบำรุง วันละ 1 แคปซูลหลังอาหารมื้อที่สะดวก จะช่วยให้คุณมีผิวที่ชุ่มชื้น อ่อนเยาว์ และสุขภาพดี ลดอาการที่เกิดขึ้นได้

ผิวแห้ง เพราะอาหาร! เลี่ยง 5 อาหารนี้ เพื่อป้องกันผิวขาดน้ำ

5 อาหาร ที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วง เพื่อป้องกัน ผิวแห้ง

  1. อาหารแปรรูป : อาหารกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว มีโซเดียมสูง ซึ่งเป็นตัวดึงน้ำออกจากร่างกาย ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น
  2. อาหารที่มีน้ำตาลสูง : ขนมหวาน เครื่องดื่มหวาน น้ำอัดลม ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดผันผวน และอาจทำให้เกิดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งส่งผลเสียต่อผิว
  3. อาหารทอด : อาหารทอดมีไขมันทรานส์สูง ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ ผิวแห้ง กร้าน และเกิดริ้วรอยก่อนวัย
  4. คาเฟอีน และแอลกอฮอล์ : เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ จะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น
  5. อาหารรสจัด : อาหารที่มีรสจัด เช่น อาหารเผ็ด จะกระตุ้นให้ร่างกายขับเหงื่อมากขึ้น ทำให้ผิวสูญเสียน้ำ

อาหารที่ควรรับประทานเพื่อบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น

  • ผักใบเขียว : อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุที่ช่วยบำรุงผิว
  • ผลไม้ : โดยเฉพาะผลไม้ที่มีน้ำสูง เช่น แตงโม แตงกวา ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับร่างกาย
  • เมล็ดพืช : อุดมไปด้วยไขมันดี ช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรง
  • ปลา : ปลาที่มีไขมันโอเมก้า 3 สูง ช่วยลดการอักเสบ และบำรุงผิว
  • น้ำเปล่า : ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน เพื่อช่วยให้ร่างกาย และผิวได้รับความชุ่มชื้น

แนะนำอาหารเสริม ที่ช่วยให้มั่นใจได้มากขึ้น  บำรุงผิว ลดอาการได้จริง!

ดีเน่ แอนโดรพลัส DNAe Andro plus (สำหรับผู้ชาย)

ส่วนผสมหลัก และประโยชน์

  • โสมเกาหลี, กระชายดำ : มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้ผิวพรรณดูสดใส และลดริ้วรอย ช่วยบำรุงกำลัง เพิ่มสมรรถนะทางเพศ ลดความเหนื่อยล้า
  • Zinc : แร่ธาตุสังกะสีเป็นสารสำคัญในการรักษาสุขภาพผิว ช่วยลดการอักเสบ ซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหาย สำคัญต่อการสร้างฮอร์โมนเพศชาย ช่วยบำรุงต่อมลูกหมาก
  • L-Arginine : ช่วยกระตุ้นการผลิตไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ซึ่งมีส่วนช่วยในการขยายหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังผิวหนัง ส่งผลให้ผิวดูสดใสและมีความชุ่มชื้นมากขึ้น
  • แปะก๊วย, งาดำ : ช่วยบำรุงสมอง เพิ่มความจำ งาดำอุดมไปด้วยวิตามิน E และกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ช่วยลดการ ผิวแห้ง และฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพในผู้ชาย
  • ฟีนูกรีก (Fenugreek Extract) : ฟีนูกรีก หรือเมล็ดลูกซัด มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูและบำรุงผิวจากภายใน ช่วยลดปัญหา ผิวแห้ง และลอกเป็นขุย อีกทั้งยังมีสารที่ช่วยต้านการอักเสบ ช่วยให้ผิวเรียบเนียนมากขึ้น ช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน
  • อาการมาก : เริ่มทานวันละ 2 แคปซูล เมื่ออาการดีขึ้น สามารถปรับลดเป็นวันละ 1 แคปซูล 
  • ทานเพื่อบำรุง : วันละ 1 แคปซูลหลังอาหารมื้อที่สะดวก

ดีเน่ ฟลาโวพลัส DNAe Flavoplus (สำหรับผู้หญิง)

ส่วนผสมหลัก และประโยชน์

  • ตังกุย : ช่วยลดอาการผิวแห้งลอก ที่เกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยให้ผิวแข็งแรงและชุ่มชื้น ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน บรรเทาอาการ
  • แปะก๊วย, งาดำ : แปะก๊วยช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ส่งผลให้ผิวพรรณดูสดใสและเปล่งปลั่ง พร้อมทั้งช่วยลดอาการอักเสบและรอยแดงที่อาจเกิดจากผิวแห้ง ช่วยบำรุงสมอง เพิ่มความจำ
  • Organic แครนเบอร์รี่ : แครนเบอร์รี่เป็นแหล่งของวิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย และจุดด่างดำที่มักเกิดขึ้นใน อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิว 
  • พรีไบโอติก (Prebiotic) : ปรับสมดุลระบบทางเดินอาหาร ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพผิว ทำให้ผิวแข็งแรง และมีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น ช่วยลดปัญหา ผิวแห้ง คัน และอักเสบได้อย่างมัประสิทธิภาพ
  • สารสกัดจากถั่วเหลืองนำเข้าจากสเปน : ถั่วเหลืองมีไฟโตเอสโตรเจนที่ช่วยชดเชยฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงใน ช่วยฟื้นฟูผิวพรรณให้กลับมาชุ่มชื้น ลดเลือนริ้วรอย ลดอาการ ผิวแห้ง และบำรุงผิวให้ผิวดูอ่อนเยาว์

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

  • อาหารเสริมเป็นเพียงตัวช่วย : อาหารเสริมไม่สามารถรักษาโรคได้ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ ยังคงมีความสำคัญ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ : ก่อนตัดสินใจเลือกซื้ออาหารเสริม ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกร เพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล