ทำไมวัยทอง ถึงเสี่ยง โรคหัวใจ มากขึ้น?
ช่วงวัยทอง ฮอร์โมนเพศหญิงลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย รวมถึงระบบหัวใจ และหลอดเลือด ทำให้ผู้หญิงวัยทอง มีความเสี่ยงต่อ โรคหัวใจ สูงขึ้นได้ ดังนี้
- ระดับคอเลสเตอรอลเปลี่ยนแปลง : ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีบทบาทในการควบคุมระดับคอเลสเตอรอล เมื่อระดับฮอร์โมนลดลง ระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) อาจเพิ่มขึ้น ทำให้หลอดเลือดอุดตันได้ง่ายขึ้น
- ความดันโลหิตสูง : การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาจส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของ โรคหัวใจ
- เบาหวาน : ความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานจะเพิ่มขึ้น ในช่วงวัยทอง ซึ่งเบาหวานเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงสำคัญของ โรคหัวใจ
- การอักเสบในร่างกาย : ระดับฮอร์โมนที่ลดลง อาจทำให้เกิดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของ โรคหัวใจ และหลอดเลือด
เคล็ดลับลดความเสี่ยง โรคหัวใจ ในวัยทอง
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
- เน้นอาหารที่มีประโยชน์ : รับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีนจากปลา ถั่ว และลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว คอเลสเตอรอลสูง และน้ำตาล
- ควบคุมปริมาณโซเดียม : ช่วยควบคุมความดันโลหิต
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน
- ควบคุมน้ำหนัก : น้ำหนักตัวที่เกินมาตรฐานเป็นปัจจัยเสี่ยงของ โรคหัวใจ การควบคุมน้ำหนักจะช่วยลดความเสี่ยงได้
- เลิกสูบบุหรี่ : บุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจ การเลิกบุหรี่จะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก
- ควบคุมความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในเลือด : ควรตรวจสุขภาพเป็นประจำ และรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง
- ลดความเครียด : การจัดการกับความเครียด เช่น การทำสมาธิ โยคะ หรือการฟังเพลง สามารถช่วยลดความเสี่ยงของ โรคหัวใจ ได้
- พักผ่อนให้เพียงพอ : การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายได้ฟื้นฟู
- ปรึกษาแพทย์ : ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม
เช็คให้ชัวร์! 10 สัญญาณ ที่บอกว่าวัยทองอาจเสี่ยง โรคหัวใจ
10 สัญญาณเตือน ที่บ่งบอกว่าคุณอาจเสี่ยง โรคหัวใจ ในช่วงวัยทอง
- เจ็บหน้าอก : อาการเจ็บแน่น หรืออึดอัดบริเวณกลางหน้าอก ร้าวไปที่แขน ไหล่ หรือคอ
- เหนื่อยง่าย : รู้สึกเหนื่อยล้าผิดปกติ แม้ทำกิจวัตรประจำวัน
- ใจสั่น : รู้สึกหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ
- หายใจขัด : หายใจลำบาก หายใจถี่ หรือรู้สึกเหมือนหายใจไม่เต็มปอด
- บวม : บวมที่เท้า ขา หรือหน้าท้อง
- เวียนหัว มึนงง : อาจเกิดจากความดันโลหิตสูง หรือภาวะหัวใจล้มเหลว
- คลื่นไส้ อาเจียน : อาการเหล่านี้อาจเกิดร่วมกับอาการเจ็บหน้าอก
- เหงื่อออกมากผิดปกติ : โดยเฉพาะในขณะพักผ่อน
- ปวดกล้ามเนื้อ : ปวดกล้ามเนื้อเมื่อออกกำลังกายเล็กน้อย
- อ่อนเพลียเรื้อรัง : รู้สึกไม่มีแรง อ่อนล้าตลอดเวลา
ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคหัวใจ ในช่วงวัยทอง
- ประวัติครอบครัว : มีประวัติคนในครอบครัวเป็น โรคหัวใจ
- สูบบุหรี่ : การสูบบุหรี่ทำลายหลอดเลือด
- ความดันโลหิตสูง : ความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของ โรคหัวใจ
- ระดับคอเลสเตอรอลสูง : คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีสูง จะไปอุดตันหลอดเลือด
- เบาหวาน : ผู้ป่วยเบาหวามมีความเสี่ยงสูงต่อ โรคหัวใจ
- น้ำหนักเกิน : โรคอ้วน ทำให้อวัยวะภายในทำงานหนักขึ้น รวมถึงหัวใจ
ป้องกัน โรคหัวใจ ในวัยทอง! สิ่งที่ควรเลี่ยง เพื่อให้หัวใจแข็งแรง
วัยทอง สิ่งที่ควรเลี่ยง ลดความเสี่ยง โรคหัวใจ
- สูบบุหรี่ : บุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของ โรคหัวใจ ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว และตีบตัน
- อาหารไขมันสูง : อาหารทอด ของมันๆ และอาหารแปรรูปต่างๆ มีไขมันอิ่มตัว และคอเลสเตอรอลสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของ โรคหัวใจ
- อาหารรสเค็ม : โซเดียมในอาหารรสเค็ม ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป เป็นอันตรายต่อหัวใจ
- ความเครียด : ความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อระบบหัวใจ และหลอดเลือด
- การนอนไม่เพียงพอ : การพักผ่อนไม่เพียงพอ จะส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม รวมถึงสุขภาพหัวใจ
- การขาดการออกกำลังกาย : การออกกำลังกายไม่เพียงพอ จะทำให้ร่างกายอ่อนแอ และเสี่ยงต่อโรคต่างๆ รวมถึง โรคหัวใจ
วัยทอง ลดความเสี่ยง โรคหัวใจ สิ่งที่ควรทำเพื่อสุขภาพหัวใจที่ดี
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีนจากปลา ถั่ว
- ควบคุมน้ำหนัก : น้ำหนักตัวที่เกินมาตรฐาน เป็นปัจจัยเสี่ยงของ โรคหัวใจ
- ตรวจสุขภาพเป็นประจำ : เพื่อติดตามภาวะสุขภาพ และตรวจพบความผิดปกติได้เร็ว
- รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง : หากมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ
วัยทองหายห่วง! อาหารเสริมที่ช่วยบำรุงร่างกาย และลดความเสี่ยง โรคหัวใจ
สารสกัดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร DNAe Flavoplus , DNAe Andro plus ช่วยบำรุงหัวใจวัยทอง ให้แข็งแรง
มีสกัดที่ช่วยในการบำรุงสุขภาพหัวใจ ได้แก่
- แปะก๊วย : เนื่องจากมีสารสำคัญที่ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปเลี้ยงสมอง และหัวใจ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือด และอาจช่วยเพิ่มความจำ
- งาดำ : อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงของ โรคหัวใจ และหลอดเลือด และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
- L-Arginine : เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายใช้ในการสร้างไนตริกออกไซด์ ซึ่งช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
- Zinc : มีบทบาทสำคัญในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยลดความเสี่ยงของ โรคหัวใจ
ดีเน่ ฟลาโวพลัส (DNAe Flavoplus) ช่วยบรรเทาอาการ วัยทองหญิงได้อย่างไร ?
- ลดอาการร้อนวูบวาบ
- ปรับสมดุลฮอร์โมน
- ลดอาการหงุดหงิด ฉุนเฉียว
- บรรเทาอาการนอนไม่หลับ
- ลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
- ช่วยบำรุงผิวพรรณ
- ช่วยบำรุงกระดูก
- เพิ่มพลังงาน
ดีเน่ แอนโดรพลัส (DNAe Andro plus) ช่วยบรรเทาอาการ วัยทองชายได้อย่างไร ?
- เพิ่มระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน
- บรรเทาอาการเหนื่อยล้า
- ปรับปรุงสมรรถภาพทางเพศ
- เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ
- ช่วยลดความเครียด หงุดหงิด และภาวะซึมเศร้า
- เพิ่มความมั่นใจ
- ช่วยบำรุงสุขภาพกระดูก
- ปรับปรุงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
วิธีรับประทาน
- อาการมาก : เริ่มทานวันละ 2 แคปซูล เมื่ออาการดีขึ้น สามารถปรับลดเป็นวันละ 1 แคปซูล
- ทานเพื่อบำรุง : วันละ 1 แคปซูลหลังอาหารมื้อที่สะดวก
- เน้นเรื่องการนอน : แนะนำทานหลังอาหารเย็น
- ผู้ที่ไวต่อโสม และ เน้นความสดชื่น : แนะนำทานหลังอาหารเช้า
สุขภาพหัวใจดี ด้วยอาหารที่เลือก! เคล็ดลับทานอาหารเสริม เพื่อบำรุงหัวใจให้แข็งแรง
อาหารเสริมบำรุงหัวใจ ที่วัยทองควรรู้จัก เช่น
- โอเมก้า 3 : ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ลดความดันโลหิต และลดการอักเสบในหลอดเลือด
- โคเอ็นไซม์ คิวเท็น (CoQ10) : เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับเซลล์หัวใจ และช่วยลดความเสี่ยงของ โรคหัวใจ
- วิตามินดี : ช่วยลดความดันโลหิต และลดความเสี่ยงของ โรคหัวใจ
- แมกนีเซียม : ช่วยควบคุมความดันโลหิต และลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ
- ไลโคปีน : สารต้านอนุมูลอิสระที่พบในมะเขือเทศ ช่วยลดความเสี่ยงของ โรคหัวใจ และหลอดเลือด
เคล็ดลับในการเลือกทาน อาหารเสริมบำรุงหัวใจ
- ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร : ก่อนตัดสินใจทานอาหารเสริมใดๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อให้ได้คำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย
- เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ : เลือกผลิตภัณฑ์ที่มี อย. และผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน
- อ่านฉลากอย่างละเอียด : ศึกษาส่วนประกอบ ปริมาณที่ควรบริโภค และข้อควรระวังบนฉลากผลิตภัณฑ์
- ไม่ควรทานอาหารเสริมเกินขนาด : การทานอาหารเสริมเกินขนาด อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้
- ทานอาหารเสริมควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : อาหารเสริมเป็นเพียงส่วนเสริม ไม่ได้ทดแทนอาหารหลัก
อาหารที่ช่วยบำรุงหัวใจ
นอกจากอาหารเสริมแล้ว การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน อาหารที่ช่วยบำรุงหัวใจ ลดความเสี่ยง โรคหัวใจ ได้แก่
- ปลา : อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า
- ผักใบเขียว : อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุ
- ผลไม้ : โดยเฉพาะผลไม้ที่มีสีแดง และสีม่วง เช่น สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่
- ธัญพืชไม่ขัดสี : เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต
- ถั่วต่างๆ : อุดมไปด้วยโปรตีน และใยอาหาร