เข้าใจฮอร์โมนบำบัดในวัยทองคืออะไร?

เข้าใจฮอร์โมนบำบัดในวัยทองคืออะไร?

ฮอร์โมนบำบัด (Hormone Replacement Therapy – HRT) คือ การรักษาที่ให้ฮอร์โมนทดแทนแก่ผู้หญิงวัยทอง เพื่อชดเชยฮอร์โมนที่ลดลงตามธรรมชาติ โดยเฉพาะ

  • เอสโตรเจน (Estrogen)
  • โปรเจสเตอโรน (Progesterone)

ซึ่งฮอร์โมนทดแทนที่ว่านี้ จะเป็นฮอร์โมนสังเคราะห์ ซึ่งช่วยทดแทนฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างขึ้นไม่เพียงพอ ช่วยให้ร่างกายรักษาสมดุล และลดอาการต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงวัยทอง สามารถทำได้ในสตรีที่ยังมีประจำเดือน จนถึงหมดประจำเดือนไปแล้วระยะหนึ่ง (ราว 5-10 ปี) เพราะร่างกายยังคุ้นชินกับการมีฮอร์โมนอย่างต่อเนื่อง

ประโยชน์ของการใช้ฮอร์โมนบำบัดในวัยทอง

1. บรรเทาอาการวัยทองระยะสั้นที่รบกวนคุณภาพชีวิต

เมื่อใช้ฮอร์โมนทดแทนรักษาอาการวัยทองโดยใช้ยากลุ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือใช้ร่วมกันกับฮอร์โฒนโปรเจสโตรโรน ซึ่งมีโครงสร้างเดียวกันกับฮอร์โมนเพศหญิงในร่างกาย จะช่วยอาการระยะสั้นที่เกิดขึ้น ได้แก่

  • ลดอาการร้อนวูบวาบ
  • ลดอาการเหงื่อออกกลางคืน
  • ปรับปรุงนอนไม่หลับ
  • อารมณ์แปรปรวน
  • ช่องคลอดแห้ง

2. ป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก

นอกจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น และมวลกระดูกจะต้องลดลงแล้ว ปัจจุบันเสี่ยงที่ทำให้เพิ่มการเป็นโรคกระดูพรุน คือ การลดระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในเพศหญิงเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ทำให้เนื้อกระดูกลดลงตามไปด้วย ทำให้การได้รับฮอร์โมนบำบัดในวัยทองสามารถช่วยชะลอการสูญเสียมวลกระดูก และลดความเสี่ยงกระดูกพรุน นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องอื่นๆ เช่น

  • รักษาสุขภาพผิวและเนื้อเยื่อ
  • ช่วยให้ระบบทางเดินปัสสาวะแข็งแรง

ความเสี่ยงจากการใช้ฮอร์โมนบำบัดในวัยทอง

การใช้ฮอร์โมนบำบัดในวัยทองอย่างปลอดภัยควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการด้านฮอร์โมนบำบัด (hormone therapy) เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง โดยก่อนเริ่มการรักษา แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อประเมินความเสี่ยงและดูว่าคุณเหมาะสมกับยารูปแบบใด ชนิดใด และขนาดใดอย่างละเอียด แม้ว่าฮอร์โมนบำบัดจะมีประโยชน์บางประการ แต่การใช้งานก็ยังคงมีความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาเช่นกัน

1. เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม

การใช้ฮอร์โมนบำบัดในวัยทองเป็นระยะเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งเต้านม ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และอาจรวมถึงประเภทของฮอร์โมนที่ใช้ ระยะเวลาในการใช้ อายุ และสุขภาพของตัวผู้ใช้ที่แตกต่างกันไปนแต่ละคน

2. เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

ในบางกรณี ฮอร์โมนบำบัดอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดสมอง

3. อาการข้างเคียงอื่นๆ

ผู้ใช้ฮอร์โมนบำบัดบางรายอาจประสบกับอาการไม่พึงประสงค์อื่นๆ เช่น คลื่นไส้ เจ็บเต้านม และปวดศีรษะที่ตามมา ซึ่งขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละบุคคล

ใครควรใช้ฮอร์โมนบำบัดและอย่างไร?

ฮอร์โมบำบัดในวัยทอง หรือฮอร์โมนทดแทนที่ว่านี้… มีประโยชน์สำหรับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนบางกลุ่มเท่านั้น โดยบุคคลที่ควรใช้ได้แก่หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีอาการเนื่องจากขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนอย่างรุนแรง เนื่องจากทั้งประโยชน์และความเสี่ยงของฮอร์โมนบำบัดในวัยทอง จึงมีข้อแนะนำว่า:

  1. ควรพิจารณาใช้ฮอร์โมนบำบัดเฉพาะกรณีที่อาการวัยทองรบกวนชีวิตประจำวันอย่างมาก และไม่สามารถควบคุมด้วยวิธีอื่นได้
  2. ควรใช้ปริมาณที่ต่ำที่สุดและระยะเวลาสั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น
  3. ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเสี่ยงและประโยชน์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
  4. ควรเลือกรูปแบบการให้ฮอร์โมนที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ครีมหรือแผ่นแปะ ไม่ใช่รูปแบบรับประทาน

ทางเลือกอื่นแทนฮอร์โมนบำบัด

การตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอเสมอ ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินอาการ ทราบถึงข้อบ่งชี้และข้อบ่งห้ามในการใช้ฮอร์โมนเพื่อการรักษาโรค และสามารถแนะนำฮอร์โมนทดแทนในรูปแบบที่เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคน หรือเปลี่ยนไปใช้ทางเลือกอื่นที่เหมาะสมกว่าฮอร์โมนไปเลย สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการหรือไม่ควรใช้ฮอร์โมนบำบัด ก็มีทางเลือกอื่นๆ ในการจัดการอาการวัยทอง เช่น:

  1. การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต

การออกกำลังกาย ทำให้สารแห่งความสุข Endorphins หลั่งออกมา สารนี้มีประโยชน์ทำให้กล้ามเนื้อที่ตึงตัวจากความเครียดคลายลง ให้อารมณ์อยู่ในภาวะสมดุล ส่งผลให้เรามีอารมณ์ที่ปกติ ไม่มีความเครียด เมื่อร่วมกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ได้สารอาหารที่ครบถ้วน ย่อมส่งผลต่อสุขภาพกายและใจดีตามไปด้วย

  1. การใช้ยาแผนปัจจุบัน

เข้ารับการรักษาร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะวัยทองเป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของผู้หญิงทุกคน การได้รับยาตามคำวินิฉัยของแพทย์ผู้ประเมินการณ์อย่างถี่ถ้วนเพื่อรักษาและทานยาตามอาการที่ถูกต้อง ก็จะช่วยบรรเทาร่างกายได้เราได้เช่นกัน

  1. การใช้ผลิตภัณฑ์เสริม

การมองหา “อาหารเสริม” เพื่อเติมเต็มให้สารครบถ้วน นับเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สำคัญในการเข้ามาทดแทนแร่ธาตุและวิตามินที่ขาดหายไป วันนี้เรามีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อว่า “ดีเน่ ฟวาโวพลัส” DNAe Flavoplus ผลิตภัณฑ์จากคุณหมอและเภสัญไทยที่น่าเชื่อถือ และมีงานวิจัยรองรับมากถึง 7 ชิ้น

“ดีเน่ ฟวาโวพลัส” DNAe Flavoplus เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในรูปแบบแคปซูล ที่ใช้สารสกัดเข้มข้นจากธรรมชาติ โดยเฉพาะสารสกัดจาก “ถั่วเหลือง” นำเข้าจากสเปน มีส่วนช่วยในการลดและแก้อาการร้อนวูบวาบในวัยทองได้ดี เพียงทานครั้งละ 1 แคปซูลหลังมืออาหารที่สะดวก

นอกจากสารสกัดหลักที่สำคัญอย่าง ถั่วเหลือง ที่มีส่วนในช่วยแก้อาการร้อนวูบวาบในวัยทองแล้ว ยังมีสารสกัดตัวอื่นๆ ที่คุณหมอหลายๆ ท่านแนะนำให้ทานในมื้ออาหารอีก เช่น 

  • งาดำ ช่วยบำรุงเส้นผม ลดการอักเสบของกระดูกและข้อ
  • ตังกุย บำรุงเลือดให้ไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดและแก้อาการร้อนวูบวาบ
  • แปะก๋วย เพิ่มการไหลเวียนเลือดไปบำรุงสมอง ช่วยเพิ่มความจำ หลับสบาย
  • อินูลิน พรีไบโอติก ช่วยปรับสมดุลทางเดินอาหารและลำไส้ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  • สารสกัด Organic แครนเบอร์รี่ ช่วยให้ผิวเรียบเนียนกระจ่างใส เพิ่มคอลลาเจน ทำให้ผิวไม่เหี่ยวย่นแก่ก่อนวัยและมีงานวิจัยว่าสามารถลดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ลดอาการแสบขัด กะปริดกะปรอยได้

สรุป

ฮอร์โมนบำบัดในวัยทองไม่ใช่ทั้งความจำเป็นหรือเพียงความเชื่อ แต่เป็นทางเลือกการรักษาที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ การตัดสินใจควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทางการแพทย์และการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจใช้ฮอร์โมนบำบัด ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินปัจจัยเสี่ยงและประโยชน์ที่อาจได้รับ รวมทั้งพิจารณาทางเลือกอื่นๆ ที่อาจเหมาะสมกว่า เช่น การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต หรือการใช้ยารักษาอาการ

การดูแลตัวเองในวัยทองจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอย่างรอบด้าน ไม่เพียงแค่การใช้ฮอร์โมนบำบัด แต่ควรรวมถึงการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อให้สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงวัยทองได้