วัยทองขาด ธาตุเหล็ก เสี่ยงโรคอะไรบ้าง ? ป้องกันได้อย่างไร ?

ภาวะเสี่ยงเมื่อขาด ธาตุเหล็ก ในวัยทอง

  • โลหิตจาง : เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด เมื่อร่างกายขาดธาตุเหล็ก  จะส่งผลต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ และผิวซีด
  • ภูมิคุ้มกันลดลง : ธาตุเหล็ก  มีความสำคัญต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อขาดธาตุเหล็ก ร่างกายจะอ่อนแอต่อการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
  • ปัญหาสุขภาพอื่นๆ : ขาด ธาตุเหล็ก อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาท ทำให้เกิดอาการซึมเศร้า หงุดหงิดง่าย  และมีปัญหาในการจดจำ

สาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงวัยทองขาด ธาตุเหล็ก 

  • ประจำเดือน : แม้จะหมดประจำเดือนแล้ว แต่การมีเลือดออกผิดปกติ หรือการผ่าตัดมดลูกก็อาจทำให้สูญเสียเลือด และ ธาตุเหล็ก ได้
  • การดูดซึมลดลง : การทำงานของระบบทางเดินอาหารเปลี่ยนแปลงไปในช่วงวัยทอง อาจส่งผลให้ร่างกายดูดซึม ธาตุเหล็ก ได้น้อยลง
  • ความต้องการ ธาตุเหล็ก  เพิ่มขึ้น : ในบางกรณี เช่น การออกกำลังกายหนัก หรือการมีโรคประจำตัวอื่นๆ อาจทำให้ร่างกายต้องการ ธาตุเหล็ก  มากขึ้น

วิธีป้องกัน เมื่อร่างกาขาด ธาตุเหล็ก

  • ตรวจสุขภาพเป็นประจำ : เพื่อติดตามระดับ ธาตุเหล็ก ในร่างกาย และปรึกษาแพทย์หากพบความผิดปกติ
  • รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง : เช่น เนื้อสัตว์แดง เนื้อไก่ ตับ ผักใบเขียว ธัญพืช
  • ทานอาหารเสริมธาตุเหล็ก : ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน เพื่อให้ได้ขนาด และชนิดที่เหมาะสม
  • เพิ่มการดูดซึม ธาตุเหล็ก : ทานอาหารที่มีวิตามินซีร่วมด้วย เช่น ส้ม มะนาว เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึม ธาตุเหล็ก ได้ดีขึ้น
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ยับยั้งการดูดซึม : เช่น ชา กาแฟ และแคลเซียม

รู้ทันสาเหตุ ที่ทำให้ผู้ชายวัยทองขาด ธาตุเหล็ก พร้อมวิธีป้องกัน อย่างมีประสิทธิภาพ

สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ชายวัยทองขาด ธาตุเหล็ก

  1. การสูญเสียเลือดเรื้อรัง
    • ทางเดินอาหาร : เช่น แผลในกระเพาะอาหาร, ลำไส้ใหญ่รั่ว, มะเร็งลำไส้ ซึ่งอาจทำให้มีเลือดออกในปริมาณน้อยแต่เรื้อรัง
    • ระบบทางเดินปัสสาวะ : เช่น ต่อมลูกหมากโต, มะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งอาจทำให้มีเลือดปนในปัสสาวะ
  2. การดูดซึม ธาตุเหล็ก บกพร่อง
    • ปัญหาที่ลำไส้เล็ก : เช่น โรคโครห์น , โรคเซลิแอค ทำให้การดูดซึมสารอาหารรวมถึง ธาตุเหล็ก ลดลง
    • การใช้ยาบางชนิด : ยาต้านการอักเสบ ที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น แอสไพริน , ไอบูโพรเฟน อาจทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร และลำไส้ ส่งผลต่อการดูดซึม ธาตุเหล็ก 
  3. ความต้องการ ธาตุเหล็ก เพิ่มขึ้น
    • การออกกำลังกายหนัก : ผู้ชายที่ออกกำลังกายหนักเป็นประจำ ร่างกายต้องการ ธาตุเหล็ก มากกว่าปกติ
    • โรคเรื้อรัง : โรคบางชนิด เช่น โรคไตเรื้อรัง อาจทำให้ร่างกายสูญเสีย ธาตุเหล็ก ได้

7 อาการของการขาด ธาตุเหล็ก ในผู้ชาย

  1. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย : เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด
  2. ผิวซีด : ผิวหนัง และเยื่อบุภายในดูซีด
  3. หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น : เนื่องจากร่างกายพยายาม ส่งออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายมากขึ้น
  4. เวียนศีรษะ มึนงง : เกิดจากการขาดออกซิเจนในสมอง
  5. หายใจลำบาก : เมื่อออกแรง
  6. เล็บเปราะ ผมร่วง
  7. ลิ้นอักเสบ

การป้องกัน และรักษาอาการของการขาด ธาตุเหล็ก ในผู้ชาย

  • ตรวจสุขภาพเป็นประจำ : เพื่อตรวจหาภาวะโลหิตจาง และหาสาเหตุที่แท้จริง
  • ปรับเปลี่ยนอาหาร : รับประทานอาหารที่มี ธาตุเหล็ก สูง เช่น เนื้อแดง เนื้อสัตว์ปีก ไข่แดง ผักใบเขียว ธัญพืช
  • เสริมธาตุเหล็ก : ควรปรึกษาแพทย์ ก่อนรับประทานอาหารเสริม
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง : เช่น การใช้ยาที่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร, การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
  • รักษาโรคประจำตัว : หากมีโรคเรื้อรัง ควรได้รับการรักษาอย่างสม่ำเสมอ

ไขข้อข้องใจ ทำไมร่างกายต้องการ ธาตุเหล็ก ? และเราจะหาได้จากแหล่งไหนบ้าง?

ธาตุเหล็ก เป็นแร่ธาตุที่สำคัญมาก สำหรับร่างกายของเรา เพราะมีบทบาทสำคัญในการสร้าง เม็ดเลือดแดง ซึ่งทำหน้าที่นำพาออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย หากร่างกายขาด ธาตุเหล็ก จะทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง ทำให้อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย  และมีอาการอื่นๆ ตามมา

ทำไมร่างกายถึงต้องการ ธาตุเหล็ก ?

  • สร้างเม็ดเลือดแดง : ธาตุเหล็ก เป็นส่วนประกอบสำคัญ ของฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นโปรตีนที่อยู่ในเม็ดเลือดแดง ทำหน้าที่จับกับออกซิเจน และนำไปส่งยังเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย
  • ผลิตพลังงาน : การที่มีออกซิเจนเพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายผลิตพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน : ธาตุเหล็ก ยังมีส่วนช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายแข็งแรง และต้านทานโรคได้ดีขึ้น

เราจะหา ธาตุเหล็ก ได้จากไหน?

ธาตุเหล็ก พบได้ในอาหารหลายชนิด โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ

  • ธาตุเหล็กจากสัตว์ : พบในเนื้อสัตว์แดง (เนื้อวัว เนื้อหมู), เครื่องในสัตว์ (ตับ), อาหารทะเล (หอย, กุ้ง) และไข่แดง ธาตุเหล็ก ชนิดนี้ร่างกายดูดซึมได้ดีกว่า
  • ธาตุเหล็กจากพืช : พบในผักใบเขียวเข้ม (ผักโขม, คะน้า), ถั่วต่างๆ (ถั่วเหลือง, ถั่วแดง), ธัญพืช และผลไม้แห้ง ธาตุเหล็ก ชนิดนี้ร่างกายดูดซึมได้น้อยกว่า แต่ก็ยังเป็นแหล่ง ธาตุเหล็ก ที่สำคัญ

เคล็ดลับในการเพิ่มการดูดซึม ธาตุเหล็ก 

  • ทานอาหารที่มีวิตามินซีร่วมด้วย : วิตามินซี ช่วยเพิ่มการดูดซึม ธาตุเหล็ก ได้ดีขึ้น เช่น ส้ม มะนาว กีวี
  • หลีกเลี่ยงการทานอาหาร ที่มีสารยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็ก : เช่น ชา กาแฟ นม (ควรเว้นระยะห่างจากการทานอาหารที่มี ธาตุเหล็ก ประมาณ 2 ชั่วโมง)
  • ปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกร : หากคุณสงสัยว่าตนเองขาด ธาตุเหล็ก ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกร เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการทานอาหารเสริม ธาตุเหล็ก 

เลือกทานอาหารเสริม ธาตุเหล็ก อย่างไร ให้เหมาะกับร่างกายวัยทอง ? เคล็ดลับที่คุณต้องรู้

เคล็ดลับ ในการเลือกทานอาหารเสริม ธาตุเหล็ก

  1. ปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกร
  • ก่อนตัดสินใจ เลือกทานอาหารเสริม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อตรวจสอบว่าร่างกายขาด ธาตุเหล็ก จริงหรือไม่ และเพื่อให้ได้คำแนะนำเกี่ยวกับชนิด ขนาด และปริมาณที่เหมาะสม
  1. เลือกชนิดของ ธาตุเหล็ก
  • ธาตุเหล็ก มีหลายชนิด เช่น เฟอรัสฟูมาเรต เฟอรัสซัลเฟต และเฟอรัสกลูโคเนต แต่ละชนิดมีข้อดี และข้อเสียแตกต่างกัน ควรเลือกชนิดที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย และมีผลข้างเคียงน้อยที่สุด
  1. คำนึงถึงปริมาณ ธาตุเหล็ก
  • การทาน ธาตุเหล็ก มากเกินไป อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ท้องผูก คลื่นไส้ อาเจียน ดังนั้น ควรทานในปริมาณที่แพทย์ หรือเภสัชกรแนะนำ
  1. ทานคู่กับอาหารที่มีวิตามินซี
  • วิตามินซีช่วยเพิ่มการดูดซึม ธาตุเหล็ก ได้ดีขึ้น ดังนั้น ควรทานอาหารเสริม ธาตุเหล็ก คู่กับผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม มะนาว หรือดื่มน้ำส้มคั้น
  1. หลีกเลี่ยงการทานคู่กับอาหาร ที่มีสารยับยั้งการดูดซึม ธาตุเหล็ก 
  • เช่น ชา กาแฟ นม และธัญพืชที่มีไฟเบอร์สูง ควรเว้นระยะห่างจากการ ทานอาหารที่มี ธาตุเหล็ก ประมาณ 2 ชั่วโมง
  1. สังเกตอาการข้างเคียง
  • หากมีอาการข้างเคียง จากการทานอาหาร ธาตุเหล็ก เช่น ท้องผูก ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน หรืออาการอื่นๆ ควรหยุดทาน และปรึกษาแพทย์ทันที

ข้อควรระวังในการทาน ธาตุเหล็ก

  • การทาน ธาตุเหล็ก มากเกินไปอาจเป็นอันตรายได้ : ธาตุเหล็กที่สะสมในร่างกายมากเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ เช่น ตับแข็ง หัวใจวาย
  • ผู้ที่มีโรคบางชนิด : เช่น โรคตับ โรคไต ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทานอาหารเสริม ธาตุเหล็ก 
  • เด็กเล็ก : ควรให้ผู้ปกครองดูแล ในการทานอาหารเสริมธาตุเหล็ก อย่างใกล้ชิด

บอกลาอาการวัยทอง! เสริม ธาตุเหล็ก และโภชนาการครบ 5 หมู่ ควบคู่กับผลิตภัณฑ์อาหารเสริม

วัยทอง เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านทางธรรมชาติ ทั้งผู้หญิง และผู้ชายต้องเผชิญ อาการต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ หรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ ล้วนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก

ทำไม ? ต้องเสริม ธาตุเหล็ก และโภชนาการครบ 5 หมู่ ?

  • ธาตุเหล็ก : มีบทบาทสำคัญ ในการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนเพียงพอ ช่วยลดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
  • โภชนาการครบ 5 หมู่ : ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็น ต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และชะลอความเสื่อมของร่างกาย

อาหาร 5 หมู่ ที่มี ธาตุเหล็ก สูง เพื่อสุขภาพที่ดี

1. กลุ่มข้าวเช้า : โอ๊ตผสมผลไม้แห้ง (ลูกเกด, ลูกพรุน), ข้าวกล้อง, ขนมปังโฮลวีททานคู่กับไข่ต้ม หรืออะโวคาโด

2. กลุ่มเนื้อสัตว์ : เนื้อวัวไม่ติดมัน, ไก่ไม่ติดหนัง, ปลาทะเล, ตับ (ทานเป็นครั้งคราว), หอย (หอยนางรม, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์)

3. กลุ่มนม : นมวัว, นมถั่วเหลืองเสริมธาตุเหล็ก, โยเกิร์ต

4. กลุ่มผัก : ผักใบเขียวเข้ม (ผักโขม, คะน้า, บร็อคโคลี), ผักสีแดง (มะเขือเทศ, พริกหวาน), ถั่วต่างๆ (ถั่วเลนทิล, ถั่วดำ)

5. กลุ่มผลไม้ : ผลไม้แห้ง (ลูกเกด, ลูกพรุน, ลูกพลัม), ส้ม, ฝรั่ง

ดีเน่ ฟลาโวพลัส และ ดีเน่ แอนโดรพลัส ตัวช่วยลดอาการวัยทอง

  • ดีเน่ ฟลาโวพลัส (สำหรับผู้หญิง)
    • ช่วยบรรเทาอาการวัยทอง เช่น ร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ
    • ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน
    • ช่องคลอดแห้ง
    • ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง
    • ช่วยบำรุงกระดูกและข้อ
  • ดีเน่ แอนโดรพลัส (สำหรับผู้ชาย)
    • ช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชาย
    • ช่วยเพิ่มจำนวนอสุจิให้มากขึ้น
    • ช่วยเพิ่มพลังงาน และความแข็งแรง
    • ช่วยปรับปรุงสมรรถภาพทางเพศ
    • ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ และหลอดเลือด
    • ลดการเสื่อมของเนื้อเยื่อกระดูกอ่อน