ในช่วงเทศกาลตรุษจีนแบบนี้ นอกจากการเฉลิมฉลองและการรวมญาติพี่น้อง การดูแลสุขภาพก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะคุณผู้อ่านที่อยู่ในวัยทองที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ บทความนี้ เราจะนำเสนอสมุนไพรจีนที่มีความเป็นมงคลและมีสรรพคุณในการบำรุงสุขภาพสำหรับวัยทองโดยเฉพาะ
วัยทองเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของร่างกาย โดยเฉพาะในผู้หญิงที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ซึ่งมักพบอาการวัยทอง เช่น ร้อนวูบวาบ นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน และปวดเมื่อยตามร่างกาย การดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรจีนจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นภูมิปัญญาที่สั่งสมมายาวนานและมีความปลอดภัยสูง
สำหรับการดูแลสสุขภาพในมุมมองของการแพทย์แผนจีน วัยทองถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของพลังชีวิต หรือที่เรียกว่า “ชี่” (氣) การเปลี่ยนแปลงในวัยทองเกิดจากการเสื่อมถอยของ “จิง” (精) หรือสารสำคัญในร่างกาย และการลดลงของ “เลือด” ซึ่งส่งผลต่อสมดุลของร่างกายในหลายด้าน
1. อาการทางร่างกายที่พบเจอได้ในวัยทอง
- ร้อนวูบวาบ เกิดจากการขาดสมดุลของ “หยิน” และ “หยาง”
- เหงื่อออกกลางคืน แสดงถึงการขาดแคลน “หยิน” ในร่างกาย
- ปวดเมื่อยตามร่างกาย เกิดจากการไหลเวียนของชี่และเลือดที่ไม่สมดุล
- อ่อนเพลีย สะท้อนถึงภาวะพร่องของ “ชี่” ในร่างกาย
2. อาการทางจิตใจและอารมณ์ในวัยทอง
- นอนไม่หลับ เกี่ยวข้องกับการทำงานของหัวใจและม้าม
- อารมณ์แปรปรวน สัมพันธ์กับการทำงานของตับ
- วิตกกังวล เชื่อมโยงกับความไม่สมดุลของหัวใจและไต
- ความจำเสื่อม เกี่ยวข้องกับการทำงานของไตและหัวใจ
แนวทางการดูแลสุขภาพตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน
แนวทางการดูแลสุขภาพตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน จึงมีการนำสมุนไพรของจีนเข้ามาช่วยรักษาและดูแลสุขภาพร่างกาย โดยเน้นการปรับสมดุลของร่างกายผ่านหยิและหยาง การรักษาสมดุลระหว่างหยินและหยางจึงเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลสุขภาพวัยทอง สมุนไพรจีนแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันในการปรับสมดุล
การปรับสมดุลหยินและหยางผ่านสมุนไพรจีน
- สมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น (หยิน) ช่วยลดอาการร้อนวูบวาบ
- สมุนไพรที่มีฤทธิ์อุ่น (หยาง) ช่วยเพิ่มพลังงานและการไหลเวียน
- สมุนไพรที่มีฤทธิ์กลาง ช่วยปรับสมดุลทั้งระบบ
การบำรุงเลือดและชี่ การเสริมสร้างเลือดและชี่เป็นสิ่งสำคัญในการบรรเทาอาการวัยทอง
- การบำรุงเลือด ช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ลดอาการปวดเมื่อย
- การเสริมชี่ เพิ่มพลังงาน ลดอาการอ่อนเพลีย
- การปรับการไหลเวียน ช่วยลดอาการปวดและการบวมน้ำ
การดูแลอวัยวะภายใน ตามทฤษฎีการแพทย์แผนจีน อวัยวะภายในมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน
- การบำรุงไต สำคัญต่อความแข็งแรงของกระดูกและการควบคุมฮอร์โมน
- การดูแลตับ ช่วยควบคุมอารมณ์และการไหลเวียนของพลังงาน
- การเสริมม้าม สำคัญต่อการย่อยอาหารและการสร้างเลือด
- การบำรุงหัวใจ ช่วยในเรื่องการนอนหลับและความสงบทางจิตใจ
สมุนไพรจีนมงคล 8 ชนิด เพื่อสุขภาพวัยทอง
1. โสมคน (人参 – Ren Shen)
โสมคน ถือเป็นราชาแห่งสมุนไพรจีนที่มีความเป็นมงคลสูง คนจีนเชื่อว่าจะช่วยเสริมพลังชีวิตและความมั่งคั่งสำหรับผู้ที่อยู่ในวัยทอง หากคุณผู้อ่านจะนำมารับประทาน แนะนำให้ต้มดื่มเป็นน้ำชา หรือนำมาประกอบอาหารใส่ต้มร่วมกับเมนูที่เป็นน้ำซุป
คุณประโยชน์จากโสมคน
- ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
- ช่วยเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย
- ช่วยลดอาการอ่อนเพลีย
- ช่วยให้นอนหลับสบาย
- ช่วยบำรุงหัวใจและระบบไหลเวียนเลือด
*ปรึกษาแพทย์แผนจีนหรือเภสัชกรทุกครั้ง ก่อนรับประทาน
2. ตังกุย (当归 – Dang Gui)
ตังกุยเป็นสมุนไพรที่มีชื่อเสียงในการบำรุงเลือดและอยู่ในตระกูลเดียวกันกับผักชีฝรั่ง ขึ้นฉ่าย เหมาะสำหรับผู้หญิงวัยทองเป็นพิเศษ เพราะมีสรรพคุณที่มีประโยชน์หลากหลาย จึงเป็นที่นิยมใช้ในแพทย์แผนจีน สามารถนำมาต้มดื่ม หรือทำเป็นซุปร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ ได้เช่นกัน
คุณประโยชน์จากตังกุย
- ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน
- บำรุงเลือด
- ลดอาการปวดประจำเดือน
- ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
- ลดอาการร้อนวูบวาบในวัยทอง
*ปรึกษาแพทย์แผนจีนหรือเภสัชกรทุกครั้ง ก่อนรับประทาน
3. เก๋ากี้ (枸杞子 – Gou Qi Zi)
เก๋ากี้ หรือโกจิเบอร์รี เป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณในการบำรุงตับและไต มีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน มีประโยชน์มากมายสำหรับผู้ที่อยู่ในวัยทอง จึงได้รับขนานนามว่าเป็นซุปเปอร์ฟรุ๊ต เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการที่สูง แต่หากกินปริมาณที่มากก็เสี่ยงต่ออาการปวดท้อง ท้องผูก ปากแห้งได้ แนะนำให้แช่น้ำร้อนดื่มเป็นชา หรือรับประทานสดๆ ก็ได้เช่นกัน
คุณภาพประโยชน์จากเก๋ากี้
- บำรุงสายตา
- เพิ่มภูมิต้านทาน
- ชะลอวัย
- บำรุงไต
- ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น
*ปรึกษาแพทย์แผนจีนหรือเภสัชกรทุกครั้ง ก่อนรับประทาน
4. หลิงจื้อ (灵芝 – Ling Zhi)
หลิงจื้อหรือเห็ดหลินจือ เป็นราชาแห่งสมุนไพรที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ราชาแห่งสมุนไพร” ในตำรายาจีนโบราณ มีความเป็นมงคลอย่างยิ่ง เพราะเชื่อว่าช่วยให้อายุยืนและมีสุขภาพแข็งแรง สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยทอง หลิงจื้อมีประโยชน์มากมายและสามารถรับประทานได้หลายรูปแบบ เช่น สามารถต้มเป็นชาก็ได้ ชากับน้ำร้อนหากเป็นรูปแบบผงก็ได้ หรือรับประทานในรูปแบบแคปซูลปัจจุบันก็มีเหมือนกัน แต่แนะนำไม่ใช้ร่วมหรือทานร่วมกับยาละลายลิ่มเลือด
คุณภาพประโยชน์จากหลิงจื้อ
- ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
- ปรับสมดุลฮอร์โมน
- ลดความเครียดและความวิตกกังวล
- ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น
- ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย
- บำรุงตับและไต
- ลดอาการอักเสบในร่างกาย
*ปรึกษาแพทย์แผนจีนหรือเภสัชกรทุกครั้ง ก่อนรับประทาน
5. เห็ดหูหนูดำ (黑木耳 – Hei Mu Er)
เห็ดหูหนูดำเป็นสมุนไพรที่มีความเป็นมงคล เชื่อว่าช่วยเพิ่มความมั่งคั่งและสุขภาพที่ดี มีคุณประโยชน์มากมายสำหรับผู้ที่อยู่ในวัยทอง ราคาเข้าถึงง่าย สามารถนำมารับประทานด้วยการแช่น้ำก่อนนำไปปรุงอาหาร สามารถนำไปผัดกับผักหรือเนื้อสัตว์ หรือใส่ในซุป ต้มจืดก็ได้เช่นกัน
คุณภาพประโยชน์จากเห็ดหูหนูดำ
- บำรุงเลือด เพิ่มการไหลเวียน
- ช่วยลดคอเลสเตอรอล
- เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณ
- ช่วยในการขับถ่าย
- เสริมแคลเซียม ป้องกันกระดูกพรุน
- ต้านอนุมูลอิสระ
*ปรึกษาแพทย์แผนจีนหรือเภสัชกรทุกครั้ง ก่อนรับประทาน
6. ตำลึงจีน (枸杞叶 – Gou Qi Ye)
ตำลึงจีนเป็นใบของต้นเก๋ากี้ สมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณเด่นในการบำรุงสายตาและตับ เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในวัยทอง โดยคุณผู้อ่านสามารถนำมารับประทานด้วยการนำมาเป็นต้มดื่มเป็นน้ำชา หรือจะนำมาประกอบอาหารผัดเป็นผักรับประทานคู่เคียง นำไปใส่ซุปหรือแกงก็ได้เช่นกัน
คุณภาพประโยชน์จากตำลึงจีน
- บำรุงสายตา ลดอาการตาแห้ง
- ช่วยลดความดันโลหิต
- บำรุงตับ
- ต้านอนุมูลอิสระ
- เพิ่มการไหลเวียนของเลือด
- ช่วยให้ผิวพรรณสดใส
*ปรึกษาแพทย์แผนจีนหรือเภสัชกรทุกครั้ง ก่อนรับประทาน
7. โสมอเมริกัน (西洋参 – Xi Yang Shen)
โสมอเมริกันหรือโสมตะวันตก เป็นโสมคนละชนิดกับโสมจีนหรือโสมเกาหลี มีฤทธิ์เย็นกว่าโสมคน เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการร้อนในช่วงวัยทอง เนื่องจากโสมอเมริกาเป็นสมุนไพรที่มีช่วยในการบำบัด ให้พลังงานในด้านเย็นโดยธรรมชาติ ช่วยขจัดความร้อนในร่างกาย โดยคุณผู้อ่านสามารถต้มดื่มเป็นชา หรือจะผสมในซุป หรืออาหารบำรุง
คุณภาพประโยชน์จากโสมอเมริกัน
- ลดอาการร้อนวูบวาบ
- เสริมภูมิคุ้มกัน
- ลดความเครียดและวิตกกังวล
- บำรุงปอดและระบบหายใจ
- เพิ่มความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า
- ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น
*ปรึกษาแพทย์แผนจีนหรือเภสัชกรทุกครั้ง ก่อนรับประทาน
8. เปาก๊วย (白果 – Bai Guo)
เปาก๊วยหรือแปะก๊วย เป็นสมุนไพรที่มีประวัติการใช้ยาวนาน มีความเป็นมงคลเพราะเชื่อว่าช่วยเพิ่มพลังชีวิตและความจำ โดยจะมีรสชาติขมและฝาดเล็กน้อย สามารถรับประทานสดหรือนำไปคั่ว จะต้มในซุป ชงเป็นชาก็ได้ จะเห็นได้ว่าคนไทยนิยมใส่มาประกอบอาหารที่หลากหลายเช่นกัน
คุณภาพประโยชน์จากเปาก๊วย
- ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดสู่สมอง
- บำรุงความจำ
- ลดอาการวิงเวียน
- ช่วยระบบหายใจ
- ต้านอนุมูลอิสระ
- ลดอาการปวดข้อ
*ปรึกษาแพทย์แผนจีนหรือเภสัชกรทุกครั้ง ก่อนรับประทาน
สมุนไพรจีนบำรุงร่างกายวัยทอง ทานช่วงไหนดีที่สุด!!
การแพทย์แผนจีนมองร่างกายเป็นระบบที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะในช่วงวัยทอง ซึ่งเป็นระยะที่ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ การใช้สมุนไพรจีนจึงต้องคำนึงถึงความสมดุลของพลังชี่และเลือด รวมถึงการทำงานของอวัยวะภายในที่สัมพันธ์กับนาฬิกาชีวิตตามธรรมชาติ จึงมีการแบ่งแยกการบำรุงตามช่วงเวลาวัน
แต่จะช่วงเวลาไหนบ้างนั้น มาหาคำตอบไปพร้อมกัน
- ช่วงเช้า (05.00 – 11.00 น.)
ในช่วงเวลานี้ ลำไส้ใหญ่และกระเพาะอาหารของวัยทองจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การดื่มน้ำอุ่นผสมสมุนไพรจะช่วยกระตุ้นการขับถ่ายและการย่อยอาหารได้ดี
- โสมคนจะช่วยเสริมพลังชี่ให้แก่ร่างกาย
- ขณะที่เก๋ากี้จะช่วยบำรุงไตและเลือด
- การรับประทานอาหารเช้าที่มีเห็ดหูหนูดำเป็นส่วนประกอบจะช่วยเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหารและบำรุงเลือด
- ช่วงกลางวัน (11.00 – 17.00 น.)
เป็นช่วงที่หัวใจและลำไส้เล็กของวัยทองทำงานอย่างแข็งขัน การรับประทานสมุนไพรประเภทเย็นเพื่อรักษาสมดุลความร้อนในร่างกายจึงมีความเหมาะสม เช่น เก๋ากี้ผสมเฉาเก๋า หรือชาดอกเก๊กฮวย ซึ่งจะช่วยลดความร้อนและบำรุงหัวใจไปพร้อมกัน
- ช่วงเย็นถึงค่ำ (17.00 – 23.00 น.)
ระบบไตและกระเพาะปัสสาวะจะทำงานได้ดีในช่วงนี้ การดื่มน้ำสมุนไพรที่มีคุณสมบัติอุ่น เช่น ตังกุย หรือ อู่จี่จื่อ จะช่วยบำรุงไตและเลือด แต่แนะนำคุณผู้อ่านว่าควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เย็นเกินไป เพื่อไม่ให้กระทบต่อการทำงานของไต
ทั้งหมดทั้งมวลนี้…การเลือกใช้สมุนไพรจีน คุณผู้อ่านควรพิจารณาจากอาการและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ผู้ที่มีอาการร้อนในร่างกาย ควรเลือกสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น เช่น เฉาเก๋า หรือเก๊กฮวย ส่วนผู้ที่มีอาการเย็นในร่างกาย ควรเลือกสมุนไพรที่มีฤทธิ์อุ่น เช่น โสม หรือตังกุย และการปรึกษาแพทย์แผนจีนจะช่วยให้การเลือกใช้สมุนไพรมีความเหมาะสมและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
เลือกสมุนไพรจีนอย่างไร ให้ปลอดภัยสำหรับวัยทอง
การเลือกใช้สมุนไพรจีนอย่างถูกวิธีมีความสำคัญอย่างยิ่งเลยนะคุณผู้อ่าน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่อยู่ในวัยทอง เนื่องจากร่างกายในช่วงวัยนี้มีความอ่อนไหวและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ การเตรียมสมุนไพรที่ถูกต้องจะช่วยให้ได้รับประโยชน์สูงสุดและปลอดภัย
การเลือกซื้อสมุนไพรที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ควรพิจารณาดังนี้
- แหล่งที่มา
- เลือกซื้อจากร้านขายยาจีนที่ได้มาตรฐาน มีใบอนุญาตจำหน่ายรับรองถูกต้อง
- สังเกตความสะอาดและการจัดเก็บของร้าน
- สอบถามแหล่งที่มาของสมุนไพร ควรมาจากแหล่งผลิตที่น่าเชื่อถือ
- รูปร่างลักษณะภายนอกของสมุนไพร
- สมุนไพรควรมีสี กลิ่น และลักษณะตรงตามมาตรฐาน
- ไม่มีเชื้อรา ไม่ขึ้นรา ไม่มีกลิ่นอับชื้น
- ไม่มีสิ่งแปลกปลอมหรือสิ่งเจือปน
- การบรรจุและฉลาก (หากเป็นชนิดแคปซูล)
- บรรจุภัณฑ์ต้องสะอาด ไม่ฉีกขาด
- มีฉลากระบุชื่อสมุนไพร วันที่ผลิต และวันหมดอายุชัดเจน
- มีเลขทะเบียนยาหรือเครื่องหมายรับรองคุณภาพ
หลังจากอ่านมาถึงตรงนี้จนถึงการเลือกซื้อ คุณผู้อ่านหลายคนน่าจะมองว่าค่อนข้างยุ่งยาก ไหนจะต้องไปเลือกซื้อเอง ต้องนำมาต้มหรือนำมาปรุงอาหารกว่าจะได้ทาน เหนื่อยแล้ว เหนื่อยอีก แต่ทุกปัญหามีทางออกเสมอ เพราะนี่…
“ดีเน่ ฟวาโวพลัส” DNAe Flavoplus และ “ดีเน่ แอนโดรพลัส DNAe Andro plus” อาหารเสริมที่ผลิตและจัดทำขึ้นมาเพื่อคนวัยทองโดยเฉพาะ เป็นอีกส่วนที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มอาการต่างๆ ที่คุณอาจพบได้เมื่อเข้าสู่วัยทอง ไม่ว่าจะเป็น อาการร้อนวูบวาบ อาการนอนไม่หลับ อาการอารมณ์แปรปรวนง่าย และอื่นๆ เพียงแค่ 1 แคปซูล คุณผู้อ่านทานมื้อใดก็ได้หลังอาหารที่สะดวก และที่สำคัญเราใช้สารสกัดจากธรรมชาติได้ช่วยบำรุงสุขภาพได้ดี และมีสมุนไพรบางชนิดเพิ่มเติมมาให้ด้วย
“ดีเน่ แอนโดรพลัส DNAe Andro plus” อาหารเสริมสำหรับคุณผู้ชาย เพียงทานวันละ 1 แคปซูล หลังอาหารมื้อใดก็ได้ที่สะดวก โดยมีสารสกัดที่สำคัญอย่าง..
- โสมเกาหลี สมุนไพรชั้นสูงที่ช่วยเสริมพลังชี่หยาง และบำรุงพลังชี่ดั้งเดิมของร่างกาย ช่วยฟื้นฟูความอ่อนล้าและเพิ่มพลังชีวิต โดยเฉพาะในช่วงวัยทองที่พลังหยางเริ่มเสื่อมถอย
- ฟีนูกรีก มีคุณสมบัติอุ่น ช่วยเสริมพลังหยางของไต ซึ่งตามทฤษฎีแพทย์แผนจีนถือเป็นรากฐานสำคัญของพลังงานในร่างกาย โดยเฉพาะในผู้ชายวัยทอง
- แอล-อาร์จีนีน ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและชี่ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการแพทย์แผนจีนที่เน้นการรักษาสมดุลของการไหลเวียนในร่างกาย
- กระชายดำ มีคุณสมบัติอุ่น ช่วยเสริมพลังหยางของไต เพิ่มการไหลเวียนของชี่ในส่วนล่างของร่างกาย ซึ่งมักอ่อนแอลงในช่วงวัยทอง
- ซิงค์ ช่วยเสริมสร้างจิงเอสเซนส์ของไต ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความแข็งแรงและพลังทางเพศตามทฤษฎีแพทย์แผนจีน
- แปะก๊วย ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมองและส่วนต่างๆ ของร่างกาย ลดอาการวูบวาบร้อนที่มักพบในวัยทอง
- งาดำ มีคุณสมบัติเย็นและชุ่มชื้น ช่วยบำรุงไตและตับ ช่วยสร้างสมดุลให้กับร่างกายในช่วงวัยทอง
“ดีเน่ ฟวาโวพลัส” DNAe Flavoplus ผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับคุณผู้หญิง กับสารสกัดเด่นอย่าง “ถั่วเหลือง” ที่นำเข้าจากสเปน มีส่วนช่วยในการลดและแก้อาการร้อนวูบวาบในวัยทองได้ดี เพียงทานครั้งละ 1 แคปซูลหลังมื้ออาหารใดก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีสารสกัดตัวอื่นๆ ที่คุณหมอหลายๆ ท่านแนะนำให้ทานในมื้ออาหารสำหรับวัยทองอีก เช่น
- สารสกัดจากถั่วเหลือง มีคุณสมบัติเย็นและชุ่มชื้น ช่วยเสริมหยินในร่างกาย ตามทฤษฎีแพทย์แผนจีน ไฟโตเอสโตรเจนในถั่วเหลืองช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและลดอาการร้อนวูบวาบที่เกิดจากภาวะอินพร่อง
- ตังกุย เป็นสมุนไพรสำคัญในการบำรุงเลือด (Blood Nourishment) และปรับการไหลเวียนของเลือด ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน และอาการต่างๆ ที่เกิดจากการไหลเวียนเลือดไม่ดี ซึ่งพบบ่อยในวัยทอง
- แปะก๊วย นอกจากช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดแล้ว ยังช่วยเสริมความจำและการทำงานของสมอง ซึ่งมักเสื่อมถอยในช่วงวัยทอง ช่วยลดอาการวิงเวียนและความดันโลหิตสูง
- งาดำ ช่วยบำรุงหยินของตับและไต เสริมสร้างเลือด และช่วยให้ผมดกดำ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในวัยทอง
- แครนเบอร์รี่ออร์แกนิค แม้จะไม่ใช่สมุนไพรดั้งเดิมในตำรายาจีน แต่มีคุณสมบัติเย็นและช่วยขับความร้อนออกจากร่างกาย เสริมการทำงานของระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งมักอ่อนแอลงในวัยทอง
- อินูลิน พรีไบโอติก ช่วยเสริมการทำงานของม้ามตามทฤษฎีแพทย์แผนจีน โดยช่วยในการย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหาร ซึ่งสำคัญมากในการสร้างเลือดและชี่ที่มีคุณภาพ
มั่นใจได้กับสารสกัดเข้มข้นจากธรรมชาติ คัดเกรดพรีเมียม ที่มีเลขทะเบียน อย. มีใบวิเคราะห์การันตีสารสกัดนำเข้า มีค่าเปอร์เซนต์สารสำคัญ และไม่ตัดแต่งพันธุกรรม จากการพัฒนาสูตรและคิดค้นโดยทีมเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญจากโรงงานมาตรฐานสากล
สรุป
สมุนไพรจีนมงคลทั้ง 8 ชนิดนี้ ไม่เพียงแต่มีความหมายที่ดีในช่วงเทศกาลตรุษจีน แต่ยังมีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพของคุณผู้อ่านที่อยู่ในวัยทอง สามารถรับประทานผ่านการต้ม หรือทำเป็นเมนูประกอบอาหารสำหรับวัยทอง(02/11) ก็ได้เช่นกัน การเลือกใช้สมุนไพรอย่างถูกวิธีและมีความเข้าใจในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมจะช่วยให้การดูแลสุขภาพในวัยทองมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
แม้ว่าสมุนไพรจีนจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่การใช้อย่างไม่ถูกต้องอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ ควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนการใช้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังรับประทานยาแผนปัจจุบัน เพื่อป้องกันปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์ระหว่างยา