ปัญหาท้องอืด ท้องผูก เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัย 40+ ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาหารการกินที่ไม่เหมาะสม หรือความเครียด โปรไบโอติก จึงเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ในการช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ และบรรเทาอาการเหล่านี้
ข้อดีของ โปรไบโอติก
- ปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ : โปรไบโอติก เป็นแบคทีเรียดีที่ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อแบคทีเรียในลำไส้สมดุล ก็จะช่วยลดอาการท้องอืด ท้องผูก และปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหารได้
- ช่วยย่อยอาหาร : โปรไบโอติก บางชนิดช่วยย่อยอาหารบางประเภทที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้เอง ทำให้การดูดซึมสารอาหารเป็นไปได้ดีขึ้น
- เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน : โปรไบโอติก ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายแข็งแรง และต้านทานโรคได้ดียิ่งขึ้น
วัยทองเลือก โปรไบโอติก อย่างไรให้เหมาะสม?
- ชนิดของโปรไบโอติก : มี โปรไบโอติก หลายชนิด แต่ละชนิดมีประโยชน์แตกต่างกัน ควรเลือกชนิดที่เหมาะสมกับอาการ เช่น ถ้ามีปัญหาท้องเสีย อาจเลือกชนิดที่ช่วยลดการอักเสบ
- ปริมาณ : ปริมาณของ โปรไบโอติก ที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และอาการ ควรอ่านฉลาก และปรึกษาเภสัชกร หรือแพทย์
- สายพันธุ์ : สายพันธุ์ของ โปรไบโอติก ก็มีความสำคัญ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการวิจัยรองรับ ว่ามีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาท้องอืด ท้องผูก
พรีไบโอติก vs โปรไบโอติก รู้จักความต่าง และประโยชน์ที่มีต่อสุขภาพลำไส้
โปรไบโอติก (Probiotics) คืออะไร?
- โปรไบโอติก คือแบคทีเรียดีชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของเรา ช่วยในการย่อยอาหาร เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และรักษาสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้
- โปรไบโอติก พบได้ในอาหารหมักดอง เช่น โยเกิร์ต กิมจิ นมเปรี้ยว และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- โปรไบโอติก ช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย ท้องผูก ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร และอาจช่วยลดอาการแพ้อาหารได้
พรีไบโอติก (Prebiotics) คืออะไร?
- พรีไบโอติก เป็นอาหารของแบคทีเรียดี หรือ โปรไบโอติกนั่นเอง เป็นใยอาหารชนิดหนึ่งที่ร่างกายของเราไม่สามารถย่อยได้ แต่จะถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรียดีในลำไส้ ทำให้แบคทีเรียดีเหล่านี้เจริญเติบโตได้ดีขึ้น
- พบได้ใน หัวหอม กระเทียม ถั่วเหลือง ถั่วแดง และไฟเบอร์ในผัก และผลไม้ต่างๆ
- พรีไบโอติก ช่วยเพิ่มปริมาณของแบคทีเรียดีในลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
ทำไมต้องรับประทานทั้ง โปรไบโอติก และพรีไบโอติก?
- เสริมประสิทธิภาพการทำงานของลำไส้ : ช่วยให้แบคทีเรียดีในลำไส้มีอาหารบำรุง และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- สุขภาพที่ดี : การมีแบคทีเรียดีในลำไส้สมดุล จะส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม ทั้งระบบย่อยอาหาร ระบบภูมิคุ้มกัน และสุขภาพจิต
เสริมสุขภาพลำไส้! โปรไบโอติก อยู่ในอาหารประเภทไหนบ้าง? แหล่งโปรไบโอติกที่คุณอาจไม่รู้
อาหารที่มี โปรไบโอติก สูง
- โยเกิร์ต : เลือกโยเกิร์ตที่ไม่ใส่น้ำตาล และมีการระบุว่ามี โปรไบโอติก
- กิมจิ : อาหารหมักดองของเกาหลี มี โปรไบโอติก สูง และมีใยอาหารช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้
- ผักดอง : ผักดองบางชนิด เช่น กะหล่ำปลีดอง แตงกวาดอง มี โปรไบโอติก
- ซุปมิโซะ : มีถั่วเหลืองหมัก ซึ่งเป็นแหล่งของ โปรไบโอติก
- ชาหมักคอมบูชา : เครื่องดื่มหมักจากชา มี โปรไบโอติก และช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้
- ผลไม้หมัก : ผลไม้บางชนิด เช่น กล้วยหมัก หรือแอปเปิลหมัก ก็มี โปรไบโอติก เช่นกัน
สิ่งที่ควรคำนึงถึงเมื่อเลือกทานอาหารที่มี โปรไบโอติก
- ความสดใหม่ : อาหารหมักดองควรมีความสดใหม่ ไม่บูดเสีย
- ปริมาณโปรไบโอติก : ปริมาณโปรไบโอติก ในแต่ละชนิดของอาหารจะแตกต่างกันไป
- รสชาติ : เลือกอาหารที่มีรสชาติที่คุณชอบ เพื่อให้ทานได้อย่างต่อเนื่อง
ข้อควรระวังในการเลือกทาน โปรไบโอติก
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว : ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
วัยทองธาตุหนัก! ท้องอืด ขับถ่ายยาก 9 อาหารที่ควรเลี่ยงเพื่อสุขภาพลำไส้ที่ดี
9 อาหารที่ วัยทอง ธาตุหนัก ควรหลีกเลี่ยง!
- อาหารทอด และมันเจียว : อาหารทอด และมันเจียวมีไขมันสูง ย่อยยาก และอาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้
- อาหารรสจัด : อาหารที่มีรสเผ็ดจัด หรือมีเครื่องปรุงรสมากเกินไป อาจระคายเคืองกระเพาะอาหาร และลำไส้ ทำให้เกิดอาการปวดท้อง และท้องอืดได้
- อาหารแปรรูป : อาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน มักมีโซเดียมสูง และสารปรุงแต่งต่างๆ ที่อาจระคายเคืองลำไส้
- ของหวาน และขนมขบเคี้ยว : ของหวาน และขนมขบเคี้ยวส่วนใหญ่มีน้ำตาลสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร และลำไส้ได้
- เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน : กาแฟ ชา โคลา อาจกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวของลำไส้มากเกินไป และทำให้เกิดอาการท้องเสียได้
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : แอลกอฮอล์สามารถระคายเคืองกระเพาะอาหาร และลำไส้ ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และท้องเสียได้
- ผักตระกูลกะหล่ำ : ผักตระกูลกะหล่ำ เช่น กะหล่ำปลี บรอกโคลี ดอกกะหล่ำ อาจทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร และลำไส้ได้
- ถั่วบางชนิด : ถั่วบางชนิด เช่น ถั่วเหลือง ถั่วชิกพี อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้
- ผลไม้รสเปรี้ยว : ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว อาจกระตุ้นให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก และท้องอืดได้
อาหารเสริม ดีเน่ ฟลาโวพลัส เสริม Prebiotic ปรับสมดุลลำไส้ ให้สุขภาพดีสำหรับวัยทองหญิง
ดีเน่ ฟลาโวพลัส เหมาะสำหรับใคร ?
- ผู้หญิงวัยทองที่ต้องการบรรเทาอาการวัยทอง
- ผู้ที่มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย
- ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพโดยรวม
- ผู้ที่ต้องการผิวพรรณเปล่งปลั่ง
เจาะลึกสารสกัดสำคัญใน ดีเน่ ฟลาโวพลัส (DNAe Flavoplus)
- Prebiotic : ช่วยบำรุงแบคทีเรียดีในลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ลดอาการท้องอืด ท้องผูก ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยทอง
- ถั่วเหลืองนำเข้าจากประเทศสเปน : ช่วยบรรเทาอาการวัยทอง เช่น เหงื่อออกกลางคืน วูบวาบ ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง
- ตังกุย : ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย บรรเทาอาการปวดประจำเดือน และช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
- แปะก๊วย : ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมอง ช่วยเรื่องความจำ และลดอาการชาตามปลายประสาท
- งาดำ : อุดมไปด้วยแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูก และฟัน ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน
- Organic แครนเบอร์รี่ : ช่วยป้องกันการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
ข้อดีในอาหารเสริม ดีเน่ ฟลาโวพลัส สำหรับผู้หญิงวัยทอง
- ปรับสมดุลฮอร์โมน : ช่วยบรรเทาอาการวัยทองที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
- ดูแลสุขภาพลำไส้ : พรีไบโอติกช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ ลดอาการท้องอืด ท้องผูก
- บำรุงผิวพรรณ : สารสกัดจากธรรมชาติช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ชุ่มชื้น
- บำรุงสมอง : สารสกัดจากแปะก๊วยช่วยเพิ่มความจำ และสมาธิ
- เสริมสร้างกระดูก : แคลเซียมจากงาดำช่วยบำรุงกระดูก และฟัน
วิธีรับประทาน
- อาการมาก : เริ่มทานวันละ 2 แคปซูล เมื่ออาการดีขึ้น สามารถปรับลดเป็นวันละ 1 แคปซูล
- ทานเพื่อบำรุง : วันละ 1 แคปซูลหลังอาหารมื้อที่สะดวก
- เน้นเรื่องการนอน : แนะนำทานหลังอาหารเย็น
- ผู้ที่ไวต่อโสม และ เน้นความสดชื่น : แนะนำทานหลังอาหารเช้า