โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ในผู้ชายวัย 40+ ความเสี่ยงที่ชายวัยทองต้องเจอ!

โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้ชาย โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และยิ่งอายุมากขึ้นความเสี่ยงก็จะยิ่งสูงขึ้น โรคนี้จะไม่มีอาการในระยะเริ่มแรก ทำให้หลายคนอาจไม่รู้ตัว จนกระทั่งโรคลุกลามไปในระยะที่รักษายาก

ทำไมผู้ชายวัย 40+ ถึงมีความเสี่ยงสูง โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ?

  • อายุ : ยิ่งอายุมากขึ้น เซลล์ในร่างกายก็มีโอกาสที่จะผิดปกติ และกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้มากขึ้น
  • ปัจจัยทางพันธุกรรม : หากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก จะมีความเสี่ยงสูงขึ้น
  • ปัจจัยด้านอาหาร : การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว อาจเพิ่มความเสี่ยง
  • ฮอร์โมน : ฮอร์โมนเพศชาย (เทสโทสเตอโรน) มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของเซลล์ต่อมลูกหมาก การมีระดับฮอร์โมนเพศชายสูงอาจเป็นปัจจัยเสี่ยง
  • ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ : การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง และการขาดการออกกำลังกาย

อาการของ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

ในระยะเริ่มแรก โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก จะไม่มีอาการ แต่เมื่อโรคลุกลาม อาจมีอาการดังต่อไปนี้

  • ปัสสาวะบ่อย : โดยเฉพาะในเวลากลางคืน
  • ปัสสาวะไม่สุด : รู้สึกเหมือนปัสสาวะไม่หมด
  • ปัสสาวะเป็นสายบาง : ลำน้ำปัสสาวะเล็กลง
  • ปัสสาวะขัด : รู้สึกเจ็บขณะปัสสาวะ
  • เลือดปนปัสสาวะ
  • ปวดเมื่อยกระดูก

การตรวจคัดกรอง โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

การตรวจคัดกรอง โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในผู้ชายที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป การตรวจที่นิยมใช้ ได้แก่

  • การตรวจวัดระดับ PSA : เป็นการตรวจวัดปริมาณแอนติเจนเฉพาะต่อมลูกหมากในเลือด
  • การตรวจทางทวารหนัก : แพทย์จะใช้มือสอดเข้าไปทางทวารหนัก เพื่อตรวจสอบขนาด และความผิดปกติของต่อมลูกหมาก

โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก แนะนำวิธีการรักษาที่ได้ผล!

วิธีการรักษา โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก 

วิธีการรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะของโรค ขนาดของก้อนมะเร็ง สุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย และปัจจัยอื่นๆ ได้แก่

  • การผ่าตัด : เป็นการรักษาที่พบบ่อยที่สุด โดยการเอาต่อมลูกหมากออก
  • การฉายแสง : ใช้รังสีในการทำลายเซลล์มะเร็ง
  • การใช้ยา : เช่น ยาฮอร์โมน หรือยาเคมีบำบัด
  • การรักษาด้วยความร้อน : ใช้ความร้อนสูงในการทำลายเซลล์มะเร็ง
  • การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด : สำหรับผู้ป่วยที่มีมะเร็งระยะเริ่มต้นและมีอายุมาก

ข้อปฏิบัติ ในการป้องกัน โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

แม้ว่าจะไม่สามารถป้องกัน โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ได้ทั้งหมด แต่เราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการ

  • ตรวจสุขภาพเป็นประจำ : โดยเฉพาะการตรวจคัดกรอง โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช และลดการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : ช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ รวมถึงมะเร็ง
  • ไม่สูบบุหรี่ : การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยง ของโรคมะเร็งหลายชนิด
  • ลดการดื่มแอลกอฮอล์ : การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็ง

สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรึกษาแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล การตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้นจะช่วยให้การรักษาได้ผลดีขึ้น และมีโอกาสหายขาดสูง

ภาวะแทรกซ้อนจาก โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก สัญญาณเตือน และการป้องกัน!

ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยจาก โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ได้แก่

  • การอุดตันของทางเดินปัสสาวะ : เมื่อก้อนมะเร็งโตขึ้น อาจไปกดทับท่อปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะไม่สุด หรือปัสสาวะไม่ออก
  • การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ : การอุดตันของทางเดินปัสสาวะ ทำให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ง่าย
  • การแพร่กระจายไปยังกระดูก : มะเร็งต่อมลูกหมากมักจะแพร่กระจายไปยังกระดูก เช่น กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน ทำให้เกิดอาการปวดกระดูก และอาจทำให้กระดูกเปราะ และหักง่าย
  • ภาวะโลหิตจาง : มะเร็งอาจทำลายไขกระดูก ซึ่งเป็นอวัยวะที่สร้างเซลล์เม็ดเลือด ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง
  • ภาวะไตวาย : เมื่อมะเร็งกดทับท่อไต หรือทำให้ไตทำงานผิดปกติ
  • ภาวะแทรกซ้อนจากการรักษา : การรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก เช่น การผ่าตัด การฉายแสง หรือการใช้ยาเคมีบำบัด อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ปัญหาในการควบคุมปัสสาวะ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะแทรกซ้อน โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ได้แก่

  • ระยะของโรค : มะเร็งในระยะลุกลามจะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนสูงกว่า
  • ชนิดของมะเร็ง : มะเร็งแต่ละชนิดจะมีลักษณะการเติบโต และการแพร่กระจายที่แตกต่างกัน
  • วิธีการรักษา : การรักษาแต่ละวิธีก็มีภาวะแทรกซ้อนที่แตกต่างกัน

การป้องกัน และการรักษา โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

  • การตรวจสุขภาพเป็นประจำ : การตรวจคัดกรอง โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นประจำ จะช่วยให้พบโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และรักษาได้ผลดี
  • การรักษาที่ถูกต้อง : การเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม จะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
  • การดูแลสุขภาพ : การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น

โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ส่งผลอย่างไร? กับอาการวัยทองชาย แนะนำเคล็ดลับทานอาหารเสริม จากเภสัชกร

  • อาการวัยทองชาย : เกิดจากระดับฮอร์โมนเพศชายลดลง ทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ความต้องการทางเพศลดลง อ่อนเพลีย หงุดหงิด นอนไม่หลับ และมวลกล้ามเนื้อลดลง
  • โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก : เกิดจากการเจริญเติบโตของเซลล์ผิดปกติในต่อมลูกหมาก ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับระดับฮอร์โมนเพศชาย

อาหารเสริม ดีเน่ แอนโดรพลัส (DNAe Andro plus) สารสกัดที่น่าสนใจ

  • โสมเกาหลี : ช่วยเพิ่มพลังงาน บรรเทาอาการอ่อนล้า ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง และอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่างๆ รวมถึงมะเร็ง
  • กระชายดำ : มีสารสกัดที่ช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายในร่างกาย ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ และอาจช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็ง
  • Zinc : มีบทบาทสำคัญในการสร้างฮอร์โมนเพศชาย ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยในการรักษาบาดแผล
  • กรดอะมิโน L-Arginine : ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ช่วยในการสร้างไนตริกออกไซด์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขยายหลอดเลือด และอาจช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
  • แปะก๊วย : ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมอง ช่วยปรับปรุงหน่วยความจำ และอาจช่วยลดความเสี่ยงของ โรคหลอดเลือดสมอง
  • งาดำ : อุดมไปด้วยแคลเซียมและสังกะสี ซึ่งมีประโยชน์ต่อกระดูกและต่อมลูกหมาก
  • ฟีนูกรีก (Fenugreek Extract) : มีสารสกัดที่ช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชาย และอาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

วิธีรับประทาน

  • อาการมาก : เริ่มทานวันละ 2 แคปซูล เมื่ออาการดีขึ้น สามารถปรับลดเป็นวันละ 1 แคปซูล
  • ทานเพื่อบำรุง : วันละ 1 แคปซูลหลังอาหารมื้อที่สะดวก

การบรรเทาวัยทอง และป้องกัน โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ด้วยอาหารเสริม

  • การทานอาหารเสริม ดีเน่ แอนโดรพลัส (DNAe Andro plus) ช่วยบรรเทาอาการวัยทองชายได้ โดยเฉพาะอาการอ่อนล้า ขาดความกระปรี้กระเปร่า และเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ นอกจากนี้ ส่วนผสมบางชนิด เช่น โสมเกาหลี และกระชายดำ ยังอาจมีส่วนช่วยในการป้องกัน โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ได้อีกด้วย

อาหารต้าน โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก เลือกทานอย่างไร ให้ปลอดภัย และสุขภาพดี

อาหารที่ควรเน้นทาน เพื่อป้องกัน โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

  • ผัก และผลไม้ที่มีสีสันสดใส
    • มะเขือเทศ : อุดมไปด้วยไลโคปีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงของ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
    • ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ : เช่น สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รีราสเบอร์รี อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันเซลล์จากความเสียหาย
    • ผักใบเขียวเข้ม : เช่น ผักคะน้า บรอกโคลี คะน้า ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
  • ธัญพืชไม่ขัดสี : เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ควินัว อุดมไปด้วยใยอาหาร ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • ถั่วต่างๆ : เช่น ถั่วเหลือง ถั่วดำ ถั่วลิสง อุดมไปด้วยโปรตีนและใยอาหาร
  • ปลา : โดยเฉพาะปลาที่มีไขมันดี เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย
  • กระเทียม : มีสารประกอบกำมะถัน ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง หรือลดปริมาณลง! 

  • เนื้อสัตว์แดง : ควรลดปริมาณการบริโภค เนื่องจากเนื้อสัตว์แดงมีไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็ง
  • อาหารแปรรูป : เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน มีสารเคมีเจือปนและโซเดียมสูง ควรหลีกเลี่ยง
  • อาหารทอด : อาหารทอดมีไขมันทรานส์สูง ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพหัวใจ และหลอดเลือด
  • อาหารที่มีน้ำตาลสูง : เช่น น้ำอัดลม ขนมหวาน ควรลดปริมาณการบริโภค
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งหลายชนิด

เคล็ดลับในการเลือกทานอาหาร ห่างไกล โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

  • ปรุงอาหารด้วยน้ำมันพืช : เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว
  • ปรุงอาหารด้วยวิธีต้ม นึ่ง ย่าง แทนการทอด
  • เพิ่มผักและผลไม้ในทุกมื้ออาหาร
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารปรุงแต่งมากเกินไป

คำแนะนำเพิ่มเติมในการดูแลตัวเองสำหรับวัยทอง 40+

  • ปรึกษาแพทย์หรือโภชนาการ : เพื่อวางแผนการรับประทานอาหารที่เหมาะสม กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง และโรคอื่นๆ
  • ควบคุมน้ำหนัก : ภาวะอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยง ของโรคมะเร็งหลายชนิด