วัย 40+ เสี่ยง โรคไทรอยด์ รีบเช็คดูอาการด่วน !! พร้อมวิธีป้องกัน เพื่อสุขภาพที่ดีของเรา

ทำไมวัย 40+ ถึงเสี่ยงเป็น โรคไทรอยด์ ? เจาะลึกสาเหตุ

วัย 40+ ถือเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลง และมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ เพิ่มขึ้น รวมถึง โรคไทรอยด์ ด้วยค่ะ สาเหตุที่ทำให้วัยนี้เสี่ยงต่อ โรคไทรอยด์ มากขึ้น อาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน : ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์
  • ระบบภูมิคุ้มกัน : ระบบภูมิคุ้มกันอาจอ่อนแอลง ทำให้ร่างกายโจมตีต่อมไทรอยด์ได้ง่ายขึ้น
  • ปัจจัยทางพันธุกรรม : หากในครอบครัวมีประวัติเป็น โรคไทรอยด์ ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ตามมาได้

อาการของ โรคไทรอยด์ ที่คุณควรรู้

โรคไทรอยด์มี 2 ชนิดหลักๆ คือ ไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism) และไทรอยด์ทำงานต่ำ (Hypothyroidism) แต่ละชนิดก็จะมีอาการที่แตกต่างกันไป

  • ไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism)
    • น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
    • ใจสั่น ใจหวิว
    • เหงื่อออกมาก
    • ร้อนง่าย
    • นอนไม่หลับ
    • มือสั่น
    • ท้องเสีย
    • ประจำเดือนมาไม่ปกติ
    • ตาโปน
  • ไทรอยด์ทำงานต่ำ (Hypothyroidism)
    • น้ำหนักเพิ่มขึ้น
    • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
    • ขี้หนาว
    • ผิวแห้ง ผมร่วง
    • ท้องผูก
    • เสียงแหบ 
    • กล้ามเนื้ออ่อนแรง

วิธีป้องกัน โรคไทรอยด์ เบื้องต้น

  • ตรวจสุขภาพประจำปี : การตรวจเลือดเพื่อวัดระดับฮอร์โมนไทรอยด์เป็นประจำ จะช่วยให้คุณตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : เน้นอาหารที่มีไอโอดีนเพียงพอ เช่น อาหารทะเล แต่ก็ไม่ควรมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาได้
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น
  • จัดการความเครียด : ความเครียดเป็นปัจจัยเสี่ยง ที่อาจกระตุ้นให้ โรคไทรอยด์ กำเริบได้
  • พักผ่อนให้เพียงพอ : การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองได้ดีขึ้น

ฮอร์โมนแปรปรวนในวัยทอง ส่งผลต่อการทำงานของ โรคไทรอยด์ อย่างไร?

วัยทอง ฮอร์โมนเปลี่ยน เกิดจากอะไร?

วัยทอง เป็นช่วงที่ร่างกายของทั้งผู้หญิง และผู้ชายเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบฮอร์โมน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการต่างๆ ที่พบได้บ่อยในช่วงวัยทอง เช่น

  • วัยทองผู้หญิง : ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น วัยทองก่อนวัยอันควร, ร้อนวูบวาบ, เหงื่อออกมาก, นอนไม่หลับ, อารมณ์แปรปรวน, ผิวแห้ง, ผมร่วง และปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมา
  • วัยทองผู้ชาย : ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนลดลง ทำให้เกิดอาการ เช่น อ่อนเพลีย, กล้ามเนื้อลดลง, ความต้องการทางเพศลดลง, อารมณ์หงุดหงิดง่าย

ดีเน่ ฟลาโวพลัส (DNAe Flavoplus) ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในผู้หญิงวัยทอง

มีส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยในการปรับสมดุลฮอร์โมน ดังนี้

  • Organic แครนเบอร์รี่ : ช่วยบำรุงระบบทางเดินปัสสาวะ ลดการติดเชื้อ
  • Prebiotic : ช่วยบำรุงระบบทางเดินอาหาร
  • ถั่วเหลืองนำเข้าจากประเทศสเปน : อุดมไปด้วยสารอิซอฟลาโวน ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน ช่วยบรรเทาอาการร้อนวูบวาบ
  • ตังกุย : ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน บรรเทาอาการปวดประจำเดือน
  • แปะก๊วย : ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต
  • งาดำ : อุดมไปด้วยแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูก

ดีเน่ แอนโดรพลัส (DNAe Andro plus) ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในผู้ชายวัยทอง

มีส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยในการปรับสมดุลฮอร์โมน ดังนี้

  • โสมเกาหลี : ช่วยเพิ่มพลังงาน บรรเทาอาการอ่อนล้า
  • กระชายดำ : ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
  • Zinc : ช่วยเพิ่มระดับเทสโทสเตอโรน
  • กรดอะมิโน L’Arginine : ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด
  • แปะก๊วย : ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต
  • งาดำ : อุดมไปด้วยแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูก
  • ฟีนูกรีก (Fenugreek Extract) : ช่วยเพิ่มระดับเทสโทสเตอโรน

วิธีรับประทานอาหารเสริมวัยทอง

  • อาการมาก : เริ่มทานวันละ 2 แคปซูล เมื่ออาการดีขึ้น สามารถปรับลดเป็นวันละ 1 แคปซูล
  • ทานเพื่อบำรุง : วันละ 1 แคปซูลหลังอาหารมื้อที่สะดวก

ข้อควรระวัง

  • ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือแพ้ส่วนประกอบใดๆ ควรหลีกเลี่ยง
  • ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายสม่ำเสมอควบคู่ไปด้วย

โรคไทรอยด์ ในวัย 40+ 9 สัญญาณเตือน ที่คุณไม่ควรมองข้าม! 

9 สัญญาณเตือน ที่บ่งบอกว่าคุณอาจมีปัญหาเกี่ยวกับ โรคไทรอยด์

  1. น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง : ทั้งน้ำหนักลดหรือเพิ่มอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสาเหตุ
  2. เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย : รู้สึกเหนื่อยง่ายแม้จะพักผ่อนเพียงพอ
  3. ใจสั่น หรือหัวใจเต้นเร็ว : อาจรู้สึกใจสั่นคล้ายหัวใจจะหลุดออกมา
  4. ร้อนวูบวาบ หรือหนาวสั่น : รู้สึกอุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนแปลงบ่อย
  5. ผมร่วง : ผมร่วงมากกว่าปกติ ผิวแห้ง
  6. ท้องผูกหรือท้องเสีย : ปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่ายเปลี่ยนแปลงไป
  7. กล้ามเนื้ออ่อนแรง : รู้สึกกล้ามเนื้อไม่มีแรง
  8. อารมณ์แปรปรวน : หงุดหงิดง่าย รู้สึกหดหู่
  9. ประจำเดือนผิดปกติ : ประจำเดือนมาไม่ตรงเวลา หรือมีเลือดออกมากผิดปกติ

4 สาเหตุที่ทำให้เกิด โรคไทรอยด์

  1. โรคเกรฟส์ (Graves’ disease) : เป็นโรคภูมิแพ้ที่ร่างกายสร้างสารต่อต้านต่อมไทรอยด์ ทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป
  2. การขาดไอโอดีน : ไอโอดีนเป็นสารสำคัญในการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ การขาดไอโอดีนอาจทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ
  3. โรค (Hashimoto’s thyroiditis) : เป็นโรคภูมิแพ้ที่ร่างกายทำลายต่อมไทรอยด์ ทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไป
  4. เนื้องอกในต่อมไทรอยด์ : เนื้องอกบางชนิดอาจทำให้ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนมากเกินไป หรือน้อยเกินไป

หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์

  • แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย และตรวจเลือดเพื่อวัดระดับฮอร์โมนไทรอยด์ เพื่อยืนยันการวินิจฉัย และให้การรักษาที่เหมาะสม

การรักษา โรคไทรอยด์

  • การรักษา โรคไทรอยด์ จะขึ้นอยู่กับชนิดของโรค และความรุนแรงของอาการ โดยทั่วไปจะรักษาด้วยยา หรือในบางกรณีอาจต้องทำการผ่าตัด

การป้องกัน โรคไทรอยด์

  • รับประทานอาหารที่มีไอโอดีนเพียงพอ : เช่น อาหารทะเล
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
  • จัดการความเครียด : ความเครียดอาจส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน
  • ตรวจสุขภาพประจำปี : เพื่อตรวจหาความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ตั้งแต่เนิ่นๆ

เสริมไอโอดีน ป้องกัน โรคไทรอยด์ ในวัย 40+ ง่ายๆ ด้วยโภชนาการที่เหมาะสม

ไอโอดีน เป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกาย โดยเฉพาะต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ การได้รับไอโอดีนในปริมาณที่เพียงพอ จะช่วยป้องกัน โรคไทรอยด์ ได้ ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้หญิงวัย 40+

เหตุใด ไอโอดีน จึงสำคัญต่อต่อมไทรอยด์?

  • สร้างฮอร์โมนไทรอยด์ : ไอโอดีนเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งควบคุมการเผาผลาญของร่างกาย การเจริญเติบโต และพัฒนาการ
  • ป้องกันโรคคอหอยโต : การขาดไอโอดีนในระยะยาวอาจทำให้เกิดโรคคอหอยโตได้

แหล่งอาหารที่มีไอโอดีนสูง

  • อาหารทะเล : ปลาทะเล (โดยเฉพาะปลาซาร์ดีน, ปลาทูน่า), กุ้ง, หอย, สาหร่ายทะเล เป็นแหล่งไอโอดีนที่สำคัญ
  • ผลิตภัณฑ์จากนม : นมวัว, โยเกิร์ต, ชีส
  • ไข่ : ไข่ไก่ และไข่เป็ด
  • เกลือเสริมไอโอดี น: ควรเลือกใช้เกลือเสริมไอโอดีนในการปรุงอาหาร
  • ผักใบเขียว : ผักโขม, ผักกาดเขียว
  • ผลไม้ : สตรอว์เบอร์รี่

ประโยชน์ของการรับประทานอาหารที่มีไอโอดีนเพียงพอ

  • ช่วยป้องกัน โรคไทรอยด์ : ทั้ง โรคไทรอยด์ทำงานเกิน และโรคไทรอยด์ทำงานต่ำ
  • ควบคุมการเผาผลาญ : ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ส่งเสริมการเจริญเติบโต : โดยเฉพาะในเด็ก และวัยรุ่น
  • บำรุงสมอง และระบบประสาท : ช่วยให้สมอง และระบบประสาททำงานได้อย่างปกติ

ข้อควรระวังในการเสริมไอโอดีน

  • การได้รับไอโอดีนมากเกินไป : อาจทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพได้เช่นกัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสริมไอโอดีน
  • การเลือกอาหาร : เลือกทานอาหารทะเลที่สดใหม่ และปรุงสุกสะอาด
  • การใช้เกลือ : ควรใช้เกลือเสริมไอโอดีนในปริมาณที่เหมาะสม

วัยทองต้องรู้! 5 วิธีป้องกัน โรคไทรอยด์ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

5 วิธีป้องกัน โรคไทรอยด์ สำหรับผู้หญิงวัยทองกันค่ะ

1. ตรวจสุขภาพประจำปี

  • ตรวจเลือด : เพื่อวัดระดับฮอร์โมนไทรอยด์เป็นประจำ จะช่วยให้คุณตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
  • อัลตร้าซาวด์ : ตรวจดูขนาด และลักษณะของต่อมไทรอยด์

2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

  • เน้นอาหารที่มีไอโอดีน : เช่น อาหารทะเล (ปลา, กุ้ง, หอย), ผักใบเขียว, ผลิตภัณฑ์จากนม
  • หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป : อาหารแปรรูปมีโซเดียมสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์
  • ทานอาหารหลากหลาย : เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน

3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

  • ช่วยควบคุมน้ำหนัก
  • ลดความเครียด
  • กระตุ้นการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย

4. จัดการความเครียด

  • ความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน และกระตุ้นให้เกิด โรคไทรอยด์ ได้
  • หาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ฝึกทำสมาธิ หรือโยคะ

5. ปรึกษาแพทย์

  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น เหนื่อยง่าย น้ำหนักเปลี่ยนแปลง ใจสั่น ควรรีบปรึกษาแพทย์เ พื่อรับการตรวจวินิจฉัย และรักษาที่ถูกต้อง

โรคไทรอยด์ สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง การดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กน้อย จะช่วยให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ