ทำไมสาววัยทองต้องดูแลผิวเป็นพิเศษ?

“วัยทอง” เป็นช่วงที่ผู้หญิงทุกคนต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของผิวพรรณเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น ที่สามารถมองเห็นและรู้สึกได้เมื่อสัมผัสตามร่างกาย ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในวัยทอง เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง โดยจะทำให้

  • การผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินลดลงอย่างรวดเร็ว
  • ผิวสูญเสียความสามารถในการเก็บกักความชุ่มชื้น
  • ชั้นผิวบางลงและแห้งกร้านง่ายขึ้น
  • เกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยชัดเจน
  • ผิวไวต่อแสงแดดและสิ่งระคายเคืองมากขึ้น

9 เคล็ดลับฟื้นฟูผิวให้ชุ่มชื่น สำหรับสาววัยทองโดยเฉพาะ

1. เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสูตรอ่อนโยนสำหรับสาววัยทอง

เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนต่อผิวและมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีค่า ph ต่ำเสมอ รวมถึงลดเวลาในการอาบน้ำและอุณหภูมิน้ำเพื่อให้ร่างกายและอากาศภายในอยู่ความสมดุล และเมื่ออาบน้ำเสร็จควรทาครีมบำรุงเพื่อล็อกความชุ่มชื้นให้แก่ผิว

2. ใช้สกินแคร์ฟื้นฟูผิวที่เหมาะกับสาววัยทอง

เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับการฟื้นฟูผิวให้ชุ่มชื้นยิ่งขึ้น เพราะเมื่อเราเข้าสู่วัยทองจะรู้สึกว่าผิวมีอาการแห้งได้ง่าย ทำให้รู้สึกไม่สบายผิว เริ่มตั้งแต่การเลือกใช้ครีมล้างหน้าที่มีเซราไมด์และกรดไฮยาลูรอนิก ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่ร่างกายผลิตขึ้น มีส่วนช่วยในการกักเก็บความชุ่มชื้น ลดการสูญเสียน้ำในชั้นผิวหนัง และเสริมเกราะป้องกันให้ผิว ฟื้นฟูให้ผิวกลับมากระชับ

3. ปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างเข้มงวด

เพราะแสงแดดยิ่งมีความแรง ก็ยิ่งทำร้ายผิวของเรา จากผลสำรวจพบว่า “80% ของผิวแก่ก่อนวัย อาจเกิดจากรังสียูวี*” และยังมีปัญหาผิวหน้าอื่น ๆ ตามมาอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวไหม้ เพราะเซลล์ผิวถูกทำลาย ฝ้า กระ จุดด่างดำ ตลอดจนทำลายระบบภูมิคุ้มกัน ถึงขั้นอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ ดังนั้น ควรทาครีมกันแดดทุกวัน แม้จะไม่ได้ออกจากบ้านก็ตาม

วิธีปกป้องผิวสาววัยทองจากแสงแดด:

  • ทาครีมกันแดด SPF 50+ PA++++ ทุกวัน
  • เลือกครีมกันแดดสูตรเพิ่มความชุ่มชื้น
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วง 10:00-16:00 น.
  • สวมหมวกปีกกว้าง แว่นกันแดด เสื้อแขนยาว

4. อาหารบำรุงผิวสำหรับสาววัยทอง

การดูแลร่างกายภายนอกด้วยการทาครีมต่างๆ นั้นอาจจะยังไม่พอ คุณผู้อ่านควรจะเริ่มดูแลร่างกายจากภายในด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่ เพราะมีส่วนช่วยบำรุงผิวให้สาววัยทองไม่แพ้กัน จึงควรเลือกรับประทานอาหารจำพวก

  • ปลาทะเลน้ำลึกที่มีโอเมก้า 3 สูง
  • ผักและผลไม้รวมวิตามินซีธรรมชาติ
  • ถั่วและเมล็ดพืชที่อุดมด้วยวิตามินอี
  • โปรตีนคุณภาพสูงจากเนื้อปลา ไข่ และถั่ว
  • น้ำสะอาด 8-10 แก้วต่อวัน

และเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนสมบูรณ์ การทานอาหารเสริมก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเช่นกัน โดยเฉพาะอาหารเสริมที่มีสารสกัดเข้มข้นจากธรรมชาติอย่าง ดีเน่ ฟลาโวพลัส (DNAe Flavoplus) ที่นอกจากจะมีส่วนช่วยในการปรับสมดุลฮอร์โมนลดอาการวัยทองแล้ว ยังช่วยดูแลผิวพรรณสาววัยทองให้มีความชุ่มชื้น เรียบเนียน และกระจ่างใสไปพร้อมๆ กัน

  • ดีเน่ ฟลาโวพลัส (DNAe Flavoplus) สารสกัดเข้มข้นพรีเมียมจากธรรมชาติเกรดนำเข้า ที่ได้รับการรับรองและมีเลขทะเบียนจาก อย. พร้อมกับผลงานวิจัยสูงถึง 7 ชิ้น จากสารสกัดถั่วเหลืองนำเข้าจากประเทศสเปน ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย  เช่น ปจด. มาไม่สม่ำเสมอ อาการร้อนวูบวาบตามร่างกาย นอนไม่หลับ ให้อาการกลับมาดีขึ้นหลับสบาย ตื่นเช้ามาแล้วสดชื่น
  • ขณะเดียวกันมีสารสารสกัดจากตังกุยบำรุงเลือดให้ไหลเวียนไปเลี้ยงที่มดลูกได้ดีขึ้น เพิ่มความเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล สารสกัด Organic แครนเบอร์รี่ ช่วยให้ผิวเรียบเนียนกระจ่างใส เพิ่มคอลลาเจน ทำให้ผิวไม่เหี่ยวย่นแก่ก่อนวัยและมีงานวิจัยว่าสามารถลดการติดเชื้อในทางเดิน
    ปัสสาวะ ลดอาการแสบขัด กะปริดกะปรอยได้

5. มาส์กหน้าฟื้นฟูผิวสำหรับสาววัยทอง

การมาส์กหน้านั้นมีหลากหลายเนื้อสัมผัสให้เลือกใช้ ทั้งแผ่นมาส์ก ทั้งแบบครีม หรือแบบโคลน นอกจากนี้ยังมีหลากหลายสูตร หลากหลายส่วนผสมที่มาตอบโจทย์ทุกปัญหาผิว แต่หนึ่งในคุณสมบัติของมาส์กหน้านั้นคือสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้ยากต่อการเกิดริ้วรอยร่องตื้นต่าง ๆ บนใบหน้าได้

สูตรมาส์กหน้าที่แนะนำ:

  • มาส์กไฮยาลูรอนิกเข้มข้น
  • มาส์กเซราไมด์และเปปไทด์
  • มาส์กคอลลาเจน
  • มาส์กวิตามินซีเข้มข้น

6. ออกกำลังกายกระชับผิวสำหรับสาววัยทอง

การออกกำลังกายช่วยฟื้นฟูผิว:

  • โยคะสำหรับสาววัยทอง
  • การเดินเร็ว 30 นาทีต่อวัน
  • ว่ายน้ำเพื่อกระชับผิว
  • เวทเทรนนิ่งเบาๆ
  • การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

7. การพักผ่อนฟื้นฟูผิวสำหรับสาววัยทอง

การนอนพักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่เพียงส่งผลดีต่อสมอง ลดภาวะทางความเครียด ลดอาการหิวยามดึก เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้เราพร้อมรับมือกับสภาวะติดเชื้อต่างๆ แล้ว การนอนหลับดียังช่วยฟื้นฟูเซลล์ในร่างกาย กระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ปรับสมดุลผิวลดอาการบวม ลดรอบคล้ำใต้ตา และเพิ่มความกระจ่างใสของผิว เสริมเกราะป้องกันให้ผมแข็งแรง ปกป้องผิวจากปัจจัยกดดันจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้ดี

วิธีพักผ่อนเพื่อผิวสวย:

  • นอนหลับ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน
  • จัดห้องนอนให้มีความชื้นเหมาะสม
  • ใช้หมอนผ้าไหมป้องกันริ้วรอยเกิดขึ้นบนใบหน้า
  • ทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกลางคืนทุกครั้ง

8. หลีกเลี่ยงสิ่งทำลายผิวในวัยทอง

เพราะการรับประทานอาหารบางประเภทมากจนเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพผิวได้ ทั้งอาการผิวขาดน้ำ ริ้วรอย สิว และผิวหมองคล้ำ หรือพูดง่ายๆ ว่าอาหารเหล่านี้ คือ ตัวการที่ทำลายผิวเรานั้นเอง โดยแบ่งออกออกเป็นทั้งหมด 5 ประเภท ดังนี้ 

  1. น้ำตาล การรับประทานอาหารหวานๆ มากเกินไป ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเร็ว ทำให้คอลลาเจนที่ผิวเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร ผิวหมองแลดูไม่สดใสได้
  2. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท นอกจากจะทำให้ผิวแห้ง ขาดน้ำแล้ว ยังก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ ทำลายคอลลาเจน และอิลาสตินซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญให้ผิวเด้งดึ๋ง
  3. คาแฟอีนในชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง หากได้รับมากไปจะรบกวนการนอน ทำให้โกรทฮอร์โมนซึ่งควรจะหลั่งมาซ่อมแซมร่างกายยามหลับ หลั่งออกมาได้ไม่ดี ส่งผลให้ผิวไม่สดใสยามเช้า
  4. เนื้อแปรรูป (processed meats) เช่น ไส้กรอก แฮม หมูยอ ไส้กรอกอีสาน ลูกชิ้น มีสารโซเดียมไนไตรท์ ซึ่งก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ เร่งกระบวนการแก่ของเซลล์ผิว
  5. ไขมันทรานส์ (Trans fat) นอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจแล้ว ยังส่งผลให้ผิวถูกทำร้ายจากรังสียูวีได้ง่ายขึ้น 

พฤติกรรมที่ควรเลี่ยง:

  • งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่
  • ลดการดื่มแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงการนอนดึก
  • จัดการความเครียด
  • ลดอาหารรสจัด

9. ทรีตเมนต์ฟื้นฟูผิวโดยแพทย์ผิวหนัง

ปัจจุบันศัลยกรรมความงามไม่ใช่เรื่องไกลตัวของทุกคน นอกจากเป็นตัวเลือกหนึ่งในการเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี ยังช่วยแก้ปัญหาสุขภาพให้กับคนทุกเพศทุกวัย ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ให้มีลักษณะที่เหมาะสมหรือมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความสวยงามสมบูรณ์แบบและดูดีมากขึ้นกว่าเดิม ช่วยเสริมความมั่นใจให้เราได้เป็นอย่างดี

การรักษาที่แนะนำ:

  • เลเซอร์กระชับผิวสำหรับวัยทอง
  • ร้อยไหมกระชับผิวหน้า
  • ฉีดวิตามินผิวเข้มข้น
  • เมโสเธราปี

ตอบคำถามและข้อสงสัยที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับการฟื้นฟูผิวในสาววัยทอง

คำถาม: ควรเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูผิวสำหรับวัยทองเมื่อไหร่?

A: ควรเริ่มตั้งแต่อายุ 40 ปี หรือเมื่อเริ่มมีสัญญาณวัยทอง

คำถาม: ทำไมต้องใช้ครีมกันแดดที่มีความเข้มข้นขึ้นในวัยทอง?

A: เพราะผิวบางลงและไวต่อแสง UV มากขึ้น ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดริ้วรอยและฝ้าบนใบหน้า

Q: ควรทาครีมฟื้นฟูผิวบ่อยแค่ไหน?

A: ทาอย่างน้อยวันละ 2 – 3 ครั้งเพิ่มเติม หากรู้สึกเมื่อผิวแห้ง

Q: ผลิตภัณฑ์ทางธรรมชาติช่วยฟื้นฟูผิวได้จริงหรือ?

A: ได้ แต่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองและเหมาะกับผิววัยทอง

Q: ทรีตเมนต์แบบไหนปลอดภัยสำหรับสาววัยทอง?

A: ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพื่อเลือกทรีตเมนต์ที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

สรุป

การดูแลและฟื้นฟูผิวในวัยทองต้องทำอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ โดยเริ่มจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ร่วมกับการดูแลสุขภาพองค์รวม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการรับประทานอาหาร การพักผ่อน และการออกกำลังกาย ตลอดจนการเลือกทรีตเมนต์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวของเรา ก็จะช่วยให้ผิวสาววัยทองกลับมาเปล่งปลั่ง สดใส มีสุขภาพดีได้อีกครั้งอย่างแน่นอน